ทรัมป์หนุนคริปโต! ปะทะแบงก์ ชิงเค้กผลตอบแทน Stablecoin พันล้าน อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนบริษัทคริปโตเคอร์เรนซี ในการต่อสู้กับธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับผลตอบแทนจาก Stablecoin ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังร้อนแรงในวงการการเงินดิจิทัล โดย CNBC Finance รายงานว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรมคริปโตและระบบธนาคารแบบดั้งเดิม การต่อสู้ครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การที่บริษัทคริปโต เช่น Coinbase สามารถเสนอผลตอบแทนจากการถือครอง Stablecoin ได้หรือไม่ ซึ่งธนาคารต่างๆ เตือนว่าการทำเช่นนี้จะดึงเงินทุนจำนวนมหาศาลออกจากอุตสาหกรรมธนาคารไปสู่โลกคริปโต ศึกชิงเค้กผลตอบแทน Stablecoin: ทรัมป์อยู่ข้างใคร? Stablecoin คือคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มีความผันผวนน้อยกว่า Bitcoin หรือ Ethereum และมักถูกใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดคริปโต ประเด็นที่ถกเถียงกันคือ บริษัทคริปโตควรได้รับอนุญาตให้เสนอผลตอบแทนจากการถือ Stablecoin ได้หรือไม่ ธนาคารต่างๆ แย้งว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เงินทุนไหลออกจากธนาคารไปยังบริษัทคริปโต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้สินเชื่อและเสถียรภาพของระบบธนาคาร “การที่บริษัทคริปโตเสนอผลตอบแทนจาก Stablecoin ถือเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับธนาคาร ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่า” – แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารแห่งอเมริกา อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนคริปโตแย้งว่าการเสนอผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพราะช่วยให้ผู้ถือ Stablecoin ได้รับผลตอบแทนจากการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของตน ผลกระทบต่อธนาคารและบริษัทคริปโต หากบริษัทคริปโตสามารถเสนอผลตอบแทนจาก Stablecoin ได้อย่างเสรี อาจส่งผลให้ธนาคารสูญเสียเงินฝากจำนวนมาก เนื่องจากผู้คนจะย้ายเงินจากบัญชีธนาคารไปถือ Stablecoin เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการปล่อยกู้ของธนาคาร และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม ในทางกลับกัน บริษัทคริปโตจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ระบบ Stablecoin ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและส่งเสริมการเติบโตของตลาดคริปโตโดยรวม ท่าทีของทรัมป์: จุดเปลี่ยนเกม? การที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาสนับสนุนบริษัทคริปโตในประเด็นนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากทรัมป์มีอิทธิพลอย่างมากในพรรครีพับลิกัน และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในอนาคต หากทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ที่ปรึกษาด้านคริปโตของทรัมป์ก็ได้ออกมาให้ความเห็นสวนทางกับ Jamie Dimon ซีอีโอของ JP Morgan Chase ในประเด็น Stablecoin เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับ บทความก่อนหน้าของเรา Stablecoin: โอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย Stablecoin ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าสนใจ เนื่องจากมีความผันผวนน้อยกว่า Bitcoin หรือ Ethereum และสามารถใช้เป็นทางเลือกในการพักเงิน หรือใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน Stablecoin ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา เช่น ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออก Stablecoin นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนตัดสินใจลงทุน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: กฎระเบียบเกี่ยวกับ Stablecoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและการใช้งานของ Stablecoin ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: Stablecoin อาจถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือถูกแฮ็ก ทำให้สูญเสียเงินทุน ความเสี่ยงด้านเครดิต: ผู้ออก Stablecoin อาจไม่สามารถรักษามูลค่าของ Stablecoin ให้คงที่ได้ หากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย การที่ทรัมป์สนับสนุนบริษัทคริปโตในประเด็น Stablecoin อาจส่งผลให้กฎระเบียบเกี่ยวกับ Stablecoin ในสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อตลาดคริปโตโดยรวม และอาจทำให้นักลงทุนไทยเข้าถึง Stablecoin ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไทยควรระมัดระวังและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Stablecoin อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนใน Stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือและมีกฎระเบียบรองรับที่ชัดเจน นอกจากนี้ การที่ FATF (Financial Action Task Force) ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่ Stablecoin อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรนั้น ก็เป็นอีกประเด็นที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับ บทความก่อนหน้าของเรา สรุป: การต่อสู้ระหว่างบริษัทคริปโตและธนาคารเกี่ยวกับผลตอบแทนจาก Stablecoin เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง และอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตและระบบการเงินโดยรวม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนใน Stablecoin Post navigation XRP เตรียมพุ่ง $1.95? แรงซื้อ ETF หนุนราคาฝ่าแนวต้าน สภาขุนนางอังกฤษสอบ Coinbase! หวั่น Stablecoin ทำแบงก์ล่ม-กระทบ KYC