ภาพแสดงการผสานรวมระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชน

TradFi แห่ซบรางคริปโต 24/7 เร็วกว่าที่คิด! Bitwise ชี้สงครามเป็นตัวเร่ง

Matt Hougan จาก Bitwise เรียกช่วงเวลาที่นักลงทุนแห่กันเข้าไปเทรดใน Hyperliquid เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านว่าเป็น “วันหยุดสุดสัปดาห์ที่เปลี่ยนโลกการเงิน” สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเข้าถึงตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และเร่งให้สถาบันการเงินดั้งเดิม (TradFi) หันมาพึ่งพาระบบรางคริปโตเร็วกว่าที่คาด

บทความนี้จะเจาะลึกถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนักลงทุนชาวไทย

ปัจจัยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รางคริปโต

ความต้องการเทรดตลอด 24 ชั่วโมงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นล่าสุดได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของตลาดที่เปิดทำการตลอดเวลาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมปิดทำการ นักลงทุนที่ต้องการตอบสนองต่อข่าวสารหรือจัดการความเสี่ยงของตนเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรอจนกว่าตลาดจะเปิดทำการอีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่การพลาดโอกาสหรือการตัดสินใจที่ไม่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ดังนั้น รางคริปโตจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้ตลอดเวลา โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาทำการของตลาดแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รางคริปโต ได้แก่:

  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี: เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนที่ต่ำลง
  • การยอมรับที่เพิ่มขึ้น: คริปโตเคอร์เรนซีได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ มากขึ้น ทำให้ความน่าเชื่อถือของรางคริปโตเพิ่มขึ้น
  • ความต้องการกระจายความเสี่ยง: นักลงทุนมองหาทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงนอกเหนือจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม และคริปโตเคอร์เรนซีเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ

Hyperliquid: ตัวอย่างการใช้งานรางคริปโต

Hyperliquid เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์คริปโตเคอร์เรนซีแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Exchange หรือ DEX) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีความผันผวนในตลาดสูง แพลตฟอร์มนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของคริปโตเคอร์เรนซีต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

การที่นักลงทุนแห่กันเข้าไปเทรดใน Hyperliquid ในช่วงความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความต้องการรางคริปโตที่เปิดทำการตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องกับ สถานการณ์ที่หุ้น Circle พุ่งสูงขึ้นในช่วงตึงเครียดตะวันออกกลาง ซึ่งหนุนความต้องการ Stablecoin

ผลกระทบต่อตลาดการเงินแบบดั้งเดิม

การที่ TradFi หันมาพึ่งพาระบบรางคริปโตอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม สถาบันการเงินอาจต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาดที่เปิดทำการตลอดเวลา นอกจากนี้ อาจมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย สถาบันการเงินจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ความปลอดภัย และการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี นอกจากนี้ ยังต้องมีการให้ความรู้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

โอกาสและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนชาวไทย การที่ TradFi หันมาพึ่งพาระบบรางคริปโตอาจเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดการเงินโลกได้ง่ายขึ้น สามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้ตลอดเวลา และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น

แต่ก็ต้องระลึกเสมอว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และลงทุนเฉพาะในจำนวนเงินที่สามารถรับได้เท่านั้น นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการล่าสุดในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างใกล้ชิด ซึ่งสอดคล้องกับ การติดตามข่าวสารการเลือกตั้งสหรัฐฯ รอบ Primary กับอนาคตคริปโต เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ การเข้ามาของรางคริปโต อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรม Fintech ซึ่งสอดคล้องกับ ข่าว BitGo ขยายบริการคริปโต รองรับ MiCA ทั่ว EEA เจาะตลาดธนาคารและ Fintech

สรุปผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

การที่ TradFi หันมาใช้รางคริปโตเร็วกว่าที่คาดเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนชาวไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน และติดตามข่าวสารล่าสุดในตลาดอย่างใกล้ชิด

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำมาซึ่งโอกาสในการเข้าถึงตลาดการเงินโลกที่ง่ายขึ้น การกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และลงทุนเฉพาะในจำนวนเงินที่สามารถรับได้เท่านั้น

แหล่งที่มา: CoinTelegraph

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *