Stripe ชี้ AI Agent ดัน Blockchain ต้องการ 1 พันล้าน TPS ผู้บริหารระดับสูงของ Stripe บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินออนไลน์ชื่อดัง อย่าง Patrick และ John Collison ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ความต้องการ (Demand) ในการใช้งานเครือข่าย Blockchain จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากการเติบโตของการใช้งาน AI Agent ที่เพิ่มมากขึ้น การคาดการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า Blockchain ในปัจจุบันอาจยังไม่พร้อมรองรับการใช้งานที่ซับซ้อนและปริมาณมหาศาลที่ AI Agent จะสร้างขึ้น และอาจจำเป็นต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถของ Blockchain ให้รองรับธุรกรรมได้ถึง 1 พันล้านรายการต่อวินาที (Transactions Per Second หรือ TPS) จึงจะสามารถตอบสนองความต้องการในอนาคตได้ ความท้าทายของ Blockchain ในยุค AI Agent ปัจจุบัน Blockchain ส่วนใหญ่ยังมีความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมที่จำกัด ตัวอย่างเช่น Bitcoin สามารถประมวลผลได้เพียงประมาณ 7 ธุรกรรมต่อวินาที ในขณะที่ Ethereum สามารถทำได้ประมาณ 15-45 ธุรกรรมต่อวินาที แม้ว่าจะมี Blockchain รุ่นใหม่ๆ ที่พยายามเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลให้สูงขึ้น แต่ก็ยังห่างไกลจากตัวเลข 1 พันล้าน TPS ที่ Stripe คาดการณ์ไว้มาก การเพิ่มขีดความสามารถของ Blockchain ให้รองรับปริมาณธุรกรรมที่สูงขึ้นนั้นเป็นความท้าทายทางเทคนิคที่สำคัญ ซึ่งต้องมีการพัฒนาทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย (Infrastructure) กลไกการยืนยันธุรกรรม (Consensus Mechanism) และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง AI Agent คืออะไร และทำไมถึงต้องการ TPS สูง? AI Agent คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ โดยมีการเรียนรู้และปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างการใช้งาน AI Agent ที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น Chatbot, ระบบแนะนำสินค้า หรือแม้แต่รถยนต์ไร้คนขับ เมื่อ AI Agent ทำงาน จะมีการสร้างและประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจต้องมีการบันทึกข้อมูลเหล่านี้ลงบน Blockchain เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัย หากมีการใช้งาน AI Agent อย่างแพร่หลายในอนาคต ปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นบน Blockchain ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เครือข่าย Blockchain ในปัจจุบันไม่สามารถรองรับได้ ผลกระทบต่ออนาคตของ Blockchain และคริปโตเคอร์เรนซี การคาดการณ์ของ Stripe แสดงให้เห็นว่า Blockchain ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาขีดความสามารถให้ทันต่อความต้องการของเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI Agent หาก Blockchain สามารถเอาชนะความท้าทายนี้ได้ ก็จะสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลายและกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของโลกดิจิทัลในอนาคตได้ ซึ่งสอดคล้องกับ Roadmap ของ Ethereum ที่เน้นการพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หาก Blockchain ไม่สามารถพัฒนาขีดความสามารถได้ทัน ก็อาจถูกจำกัดการใช้งานอยู่เพียงบางกรณีเท่านั้น และอาจสูญเสียโอกาสในการเป็นเทคโนโลยีหลักของโลกดิจิทัลไป ความสำคัญของ TPS (Transactions Per Second) TPS หรือ Transactions Per Second คือ จำนวนธุรกรรมที่เครือข่าย Blockchain สามารถประมวลผลได้ในหนึ่งวินาที เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับการใช้งานของ Blockchain หาก TPS ต่ำ เครือข่าย Blockchain ก็อาจเกิดความล่าช้าในการประมวลผลธุรกรรม (Transaction Delay) หรือเกิดปัญหาค่าธรรมเนียม (Gas Fee) สูงได้ การเพิ่ม TPS จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนา Blockchain ในปัจจุบัน มีหลายวิธีในการเพิ่ม TPS เช่น การใช้เทคโนโลยี Layer-2 (เช่น Lightning Network บน Bitcoin หรือ Rollups บน Ethereum) การปรับปรุงกลไกการยืนยันธุรกรรม (Consensus Mechanism) หรือการใช้ Sharding ตัวอย่าง Blockchain ที่มีความพยายามในการเพิ่ม TPS: Solana: เคลมว่าสามารถทำ TPS ได้สูงถึง 50,000 TPS Avalanche: สามารถทำ TPS ได้ประมาณ 4,500 TPS Visa: ระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม สามารถทำ TPS ได้ประมาณ 1,700 TPS แม้ว่าตัวเลข TPS ของ Blockchain เหล่านี้จะสูงกว่า Bitcoin และ Ethereum มาก แต่ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 1 พันล้าน TPS ที่ Stripe คาดการณ์ไว้ อนาคตของ Blockchain กับ AI Agent: โอกาสและความท้าทาย การผสานรวม Blockchain เข้ากับ AI Agent มีศักยภาพในการสร้าง Use Case ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ตัวอย่างเช่น: AI Agent ที่ช่วยในการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีโดยอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลจาก Blockchain เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาด AI Agent ที่ช่วยในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยใช้ Blockchain เพื่อติดตามสินค้าและป้องกันการปลอมแปลง AI Agent ที่ช่วยในการสร้างสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) โดยอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลจาก Blockchain เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญา อย่างไรก็ตาม การผสานรวม Blockchain เข้ากับ AI Agent ก็มีความท้าทายเช่นกัน ตัวอย่างเช่น: ความซับซ้อนในการพัฒนา AI Agent ที่สามารถทำงานร่วมกับ Blockchain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้บน Blockchain ความจำเป็นในการสร้างมาตรฐาน (Standard) สำหรับการใช้งาน Blockchain ร่วมกับ AI Agent Patrick และ John Collison ผู้บริหาร Stripe มองว่า “การเติบโตของ AI Agent จะทำให้ความต้องการ Blockchain พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก” ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงศักยภาพในการเติบโตของ Blockchain ในระยะยาว การลงทุนในโครงการ Blockchain ที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการประมวลผลธุรกรรม (เช่น Layer-2 solutions หรือ Blockchain รุ่นใหม่ๆ) อาจเป็นโอกาสที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการ AI Agent อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเทคโนโลยีนี้มีแนวโน้มที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ด้วย การที่ Stripe ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกออกมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าการพัฒนา Blockchain ให้รองรับ AI Agent นั้นเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของเทคโนโลยี Blockchain เลยก็ว่าได้ ซึ่งสอดคล้องกับ การเติบโตของหุ้น AI ที่ส่งผลดีต่อคริปโตบางกลุ่ม แหล่งที่มา: CoinTelegraph Post navigation Aave ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในการให้กู้ยืม เตรียมผนึกกำลังธนาคารและ Fintech WLFI เสนอระบบ Staking เพื่อ Governance และแรงจูงใจการใช้ USD1