Meta (ชื่อเดิม Facebook) เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์ในโลกคริปโตอีกครั้ง! หลังจากที่โครงการ Diem (เดิมชื่อ Libra) ล้มเหลวไปเมื่อปี 2022 ล่าสุดมีรายงานว่า Mark Zuckerberg กำลังวางแผนที่จะเปิดตัว Stablecoin ตัวใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะผสานรวมเข้ากับระบบการชำระเงินและแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Meta เอง Meta เตรียมกลับมาลุยตลาด Stablecoin อีกครั้ง ตามรายงานจาก CoinDesk แหล่งข่าววงในเผยว่า Meta กำลังมองหาพาร์ทเนอร์ภายนอกเพื่อช่วยในการบริหารจัดการระบบการชำระเงินด้วย Stablecoin รวมถึงการพัฒนากระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet) รูปแบบใหม่ที่จะรองรับการใช้งาน Stablecoin ได้อย่างราบรื่น การกลับมาครั้งนี้ของ Meta ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการเจาะตลาด Web3 หลังจากที่บริษัทได้ลงทุนอย่างมหาศาลในเทคโนโลยี Metaverse แต่ยังไม่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ การมี Stablecoin เป็นของตัวเองจะช่วยให้ Meta สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจดิจิทัลภายในแพลตฟอร์มของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น Diem ล้มเหลว บทเรียนราคาแพง ก่อนหน้านี้ Meta เคยพยายามที่จะสร้าง Stablecoin ของตัวเองภายใต้ชื่อ Libra (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Diem) แต่โครงการนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน และจากปัญหาทางเทคนิคต่างๆ จนในที่สุด Meta ก็ต้องขายทรัพย์สินของ Diem ให้กับ Silvergate Capital Corporation ไปในที่สุด ความล้มเหลวของ Diem ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับ Meta แต่ดูเหมือนว่า Mark Zuckerberg จะไม่ยอมแพ้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้าง Stablecoin ของตัวเองให้ได้ในที่สุด Stablecoin คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ? Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ โดยมักจะตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือทองคำ ทำให้ Stablecoin เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนที่ต้องการพักเงินหรือใช้ในการชำระเงินโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคา Stablecoin มีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่าไว้กับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) USD1 ส่อเค้าหลุด Peg! กลไกโจมตี Stablecoin และความเสี่ยงกระจุกตัว การที่ Meta หันมาให้ความสนใจกับ Stablecoin อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่า Stablecoin ยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบนิเวศคริปโต และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระเงินและทำธุรกรรมออนไลน์ในอนาคต แผนการของ Meta: กระเป๋าเงินดิจิทัลและการผสานรวมกับ Third-Party แหล่งข่าวระบุว่า Meta กำลังพิจารณาที่จะสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet) ใหม่ที่จะรองรับการใช้งาน Stablecoin ได้อย่างราบรื่น โดยกระเป๋าเงินดิจิทัลนี้อาจจะถูกผสานรวมเข้ากับแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Meta เช่น Facebook, Instagram และ WhatsApp นอกจากนี้ Meta ยังกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ภายนอกเพื่อช่วยในการบริหารจัดการระบบการชำระเงินด้วย Stablecoin ซึ่งอาจจะเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน หรือบริษัทคริปโตที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Stablecoin โดยเฉพาะ การพัฒนากระเป๋าเงินดิจิทัลใหม่ การผสานรวม Stablecoin เข้ากับแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Meta การจับมือกับพาร์ทเนอร์ภายนอกเพื่อบริหารจัดการระบบการชำระเงิน แผนการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Meta กำลังวางแผนที่จะสร้างระบบนิเวศ Stablecoin ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การใช้ Stablecoin เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและนักลงทุน การกลับมาของ Meta ในตลาด Stablecoin อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ให้บริการ Stablecoin รายอื่นๆ เช่น Tether และ Circle หาก Meta สามารถสร้าง Stablecoin ที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ก็อาจจะส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของผู้ให้บริการ Stablecoin รายอื่นๆ ลดลง นอกจากนี้ การที่ Meta มีผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก ก็อาจจะช่วยผลักดันให้การใช้งาน Stablecoin เป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น “การที่ Meta หันมาให้ความสนใจกับ Stablecoin อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่า Stablecoin ยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบนิเวศคริปโต และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระเงินและทำธุรกรรมออนไลน์ในอนาคต” – นักวิเคราะห์จาก CoinDesk กล่าว สรุปและผลกระทบต่อนักลงทุนไทย การที่ Meta เตรียมที่จะเปิดตัว Stablecoin ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ถือเป็นข่าวที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สนใจในตลาดคริปโตและเทคโนโลยี Web3 ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนักลงทุนไทย: โอกาสในการลงทุน: หาก Meta สามารถสร้าง Stablecoin ที่ได้รับความนิยม ก็อาจจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนใน Stablecoin และได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจ การใช้งานที่สะดวกขึ้น: การที่ Meta มี Stablecoin เป็นของตัวเอง อาจจะทำให้การชำระเงินและทำธุรกรรมออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย การแข่งขันที่สูงขึ้น: การเข้ามาของ Meta อาจจะทำให้การแข่งขันในตลาด Stablecoin สูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อผู้ใช้งานในแง่ของค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงและบริการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน Stablecoin ก่อนตัดสินใจลงทุน RedotPay บริษัทชำระเงิน Stablecoin ฮ่องกง เตรียม IPO ในนิวยอร์ก มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการลงทุนของตนเอง ทั้งนี้ ข่าวการกลับมาของ Meta ในตลาดคริปโต อาจส่งผลให้ Bitcoin แกว่งใกล้ 63,000 ดอลลาร์! สัญญาณฟองสบู่ในตลาดคริปโต? ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด Post navigation Canton บุกเบิก Repo ข้ามชาติ ปลดล็อกสินทรัพย์ 300 ล้านล้านดอลลาร์ด้วย Tokenization Binance เปิดเทรด **Tokenized Stocks** ของ Ondo ดันสินทรัพย์โลกจริงสู่คริปโต