รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส บรูโน เลอ แมร์ (Bruno Le Maire) ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนการพัฒนา Stablecoin ยูโร ที่จะใช้เป็นกลไกสำคัญในการท้าทายอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของยุโรปในการสร้างอธิปไตยทางการเงินดิจิทัล และส่งเสริมบทบาทของเงินยูโรในภูมิทัศน์การเงินแห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลอ แมร์ ได้ให้การสนับสนุนโครงการ Qivalis ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2025 โดยมีเป้าหมายในการสร้าง Stablecoin ที่ผูกกับมูลค่าของเงินยูโรอย่างเคร่งครัดภายใต้กรอบกฎหมาย Markets in Crypto-Assets (MiCA) ที่กำลังจะบังคับใช้ของสหภาพยุโรป นี่ไม่ใช่แค่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าในการวางตำแหน่งยุโรปให้เป็นผู้นำในนวัตกรรมบล็อกเชน ยุทธศาสตร์ Stablecoin ยูโร: ก้าวสำคัญของฝรั่งเศสและยุโรป Stablecoin คืออะไร? สำหรับผู้อ่านชาวไทย Stablecoin คือ คริปโตเคอร์เรนซีที่ออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ โดยมักจะผูกกับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น สกุลเงิน Fiat (ดอลลาร์สหรัฐฯ, ยูโร), ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ เพื่อลดความผันผวนที่พบได้ทั่วไปในคริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและเป็นกระดูกสันหลังของการซื้อขายคริปโตในปัจจุบัน แต่การพึ่งพา Stablecoin ที่อิงดอลลาร์สหรัฐฯ มากเกินไปนั้น ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้นำยุโรปเกี่ยวกับประเด็นด้านอธิปไตยทางการเงินและความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบการเงิน หากเกิดวิกฤติขึ้นในสกุลเงินหลักที่ Stablecoin เหล่านั้นผูกอยู่ การมี Stablecoin ยูโร ของตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ยุโรปสามารถควบคุมระบบนิเวศการเงินดิจิทัลของตนเองได้มากขึ้น บทบาทของกรอบกฎหมาย MiCA: ผู้บุกเบิกการกำกับดูแลคริปโต ความสำเร็จของโครงการ Stablecoin ยูโรอย่าง Qivalis จะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากกรอบกฎหมายที่ชัดเจน และนี่คือจุดที่กฎหมาย Markets in Crypto-Assets (MiCA) ของสหภาพยุโรปเข้ามามีบทบาทสำคัญ MiCA ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่ครอบคลุมสินทรัพย์คริปโตอย่างครอบคลุม ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2024 และ 2025 กรอบกฎหมาย MiCA ได้รับการออกแบบมาเพื่อ: ปกป้องนักลงทุน: กำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต ส่งเสริมนวัตกรรม: สร้างความชัดเจนทางกฎหมายเพื่อให้ธุรกิจคริปโตสามารถเติบโตได้อย่างมั่นใจ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน: โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Stablecoin และ E-money token (EMT) ซึ่งมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเป็นพิเศษ การสนับสนุนของรมว.คลังฝรั่งเศสจึงเป็นสัญญาณว่ายุโรปพร้อมที่จะใช้ MiCA เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง และลดช่องว่างกับสหรัฐอเมริกาในด้านนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการสร้าง Stablecoin ของสกุลเงินอื่น ๆ เช่นที่ Circle มองโอกาส หยวน Stablecoin ท่ามกลางการคุมเข้มของจีน การแข่งขันกับดอลลาร์สหรัฐฯ และ Stablecoin ที่อิงดอลลาร์ ปัจจุบันตลาด Stablecoin ถูกครอบงำโดยโทเค็นที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมี Tether (USDT) และ USD Coin (USDC) เป็นผู้เล่นหลัก การที่ธุรกรรมคริปโตส่วนใหญ่ต้องใช้ Stablecoin ที่อิงดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯ มีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดคริปโตทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการกำกับดูแลหรือการเข้าถึงสภาพคล่อง “เรากำลังต่อสู้กับการครอบงำของดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเงินยูโร และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องการ Stablecoin ยูโร” รัฐมนตรีบรูโน เลอ แมร์ กล่าวในงานหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฝรั่งเศสและยุโรปในการลดการพึ่งพาสกุลเงินต่างชาติ และเสริมสร้างบทบาทของเงินยูโรในเวทีโลก การมี Stablecoin ยูโรที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ยุโรปมีทางเลือกในการทำธุรกรรมคริปโตมากขึ้น สามารถสร้างระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลของตนเอง และลดความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้เงินยูโรเป็นสกุลเงินหลักในโลกดิจิทัล เคียงข้างกับความพยายามในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในภาคการเงินแบบดั้งเดิม ดังเช่นที่ Ripple จับมือ Kyobo Life เกาหลี รุก ‘โทเค็นพันธบัตรรัฐบาล’ เสียงสะท้อนจากผู้นำยุโรปและมุมมองต่ออนาคต ท่าทีของรมว.คลังฝรั่งเศสไม่ใช่เพียงเสียงเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของความต้องการร่วมกันในหมู่ผู้นำยุโรปที่ต้องการให้ทวีปนี้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศใช้ MiCA ที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของสหภาพยุโรปในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างครอบคลุมและสร้างสรรค์ การผลักดัน Stablecoin ยูโร จึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าในการทำให้ยุโรปเป็นศูนย์กลางทางการเงินดิจิทัลที่น่าดึงดูดใจ มีความมั่นคง และมีสภาพคล่องสูง ซึ่งจะดึงดูดทั้งนักลงทุน สถาบันการเงิน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศนี้มากขึ้น ผลกระทบและความท้าทายในอนาคต การเกิดขึ้นของ Stablecoin ยูโรภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลฝรั่งเศสและกรอบ MiCA จะนำมาซึ่งประโยชน์และโอกาสหลายประการ: เพิ่มสภาพคล่องให้กับเงินยูโรในโลกคริปโต: ทำให้ยูโรเป็นที่รู้จักและใช้งานง่ายขึ้นในธุรกรรมดิจิทัล ส่งเสริมนวัตกรรมในยุโรป: ดึงดูดบริษัทฟินเทคและบล็อกเชนให้มาลงทุนและพัฒนาในภูมิภาค ลดการพึ่งพิงดอลลาร์: เสริมสร้างอธิปไตยทางการเงินและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงินอื่น สร้างมาตรฐานใหม่: MiCA จะเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่น ๆ ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ก็มีความท้าทายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการยอมรับในตลาดที่มี Stablecoin อิงดอลลาร์ครองอยู่แล้ว การรับมือกับความผันผวนของตลาด และการพัฒนาระบบนิเวศที่แข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันได้ โครงการ Qivalis และ Stablecoin ยูโรจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนบล็อกเชน เพื่อให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง ความหมายสำหรับนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้มีความหมายมากกว่าแค่การพัฒนาในยุโรป ความหลากหลายของสินทรัพย์: หาก Stablecoin ยูโรประสบความสำเร็จ นักลงทุนไทยจะมีทางเลือกในการลงทุนหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงต่ำเพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก Stablecoin ที่อิงดอลลาร์ ช่วยในการกระจายความเสี่ยง (diversification) โดยเฉพาะหากมีความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ การยอมรับคริปโตในวงกว้าง: การที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปให้การสนับสนุน Stablecoin สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาและยอมรับในระดับสากลมากขึ้น แนวโน้มการกำกับดูแล: กรอบกฎหมาย MiCA ของยุโรปจะกลายเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นักลงทุนไทยควรจับตาดูแนวโน้มการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสากล เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โอกาสในการลงทุนใหม่ๆ: การเติบโตของระบบนิเวศ Stablecoin ยูโรอาจนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินดิจิทัลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยูโร ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจในตลาดนี้ ในท้ายที่สุด การเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสและยุโรปในการผลักดัน Stablecoin ยูโร สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในภูมิทัศน์การเงินดิจิทัลระดับโลก และเป็นการส่งสัญญาณว่ายุโรปพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นหลักในเกมนี้ ซึ่งนักลงทุนไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่มา: CoinTelegraph Post navigation XRP ราคาพุ่งนำ Bitcoin-Ether: ปริมาณต่ำ สัญญาณอะไร? Bitcoin แตะ $78K: ตลาดคริปโตช็อก! การชำระบัญชีพุ่ง $820M