Ethereum ‘เงินอัลตราซาวด์’ พลาด? ETH ร่วง 65% เทียบ Bitcoin หลังเปลี่ยน Proof-of-Stake การเปลี่ยนผ่านของ Ethereum ไปสู่ระบบ Proof-of-Stake (PoS) ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “เงินอัลตราซาวด์” (ultrasound money) ที่มีการลดปริมาณเหรียญ ETH อย่างต่อเนื่อง กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยราคา ETH ร่วงลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ Bitcoin (BTC) นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ CoinTelegraph รายงานว่า ETH ปรับตัวลดลงถึง 65% เมื่อเทียบกับ BTC นับตั้งแต่การเปลี่ยนผ่าน ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน Ethereum จำนวนมาก บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ Ethereum ไม่สามารถรักษามูลค่าเมื่อเทียบกับ Bitcoin หลังจากการเปลี่ยนผ่าน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนักลงทุน รวมถึงอนาคตของ Ethereum ในฐานะสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำ Ethereum กับแนวคิด ‘เงินอัลตราซาวด์’ คืออะไร? ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจแนวคิด “เงินอัลตราซาวด์” กันก่อน แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า Ethereum หลังจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ PoS จะมีกลไกการลดปริมาณเหรียญ (deflationary mechanism) ที่แข็งแกร่งกว่า Bitcoin ซึ่งมีปริมาณจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ การอัปเกรด “The Merge” ในเดือนกันยายน 2022 เป็นการเปลี่ยน Ethereum จากระบบ Proof-of-Work (PoW) ที่ใช้พลังงานสูง ไปสู่ PoS ที่ประหยัดพลังงานกว่า และมีการนำ EIP-1559 มาใช้ ซึ่งเป็นกลไกการเผาเหรียญ (burning mechanism) ที่จะทำลาย ETH ส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม ด้วยกลไกเหล่านี้ หลายคนเชื่อว่า Ethereum จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณเหรียญโดยรวมจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน (scarcity) และส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำไม Ethereum ถึงไม่เป็น ‘เงินอัลตราซาวด์’ อย่างที่คิด? แม้ว่า Ethereum จะมีกลไกการเผาเหรียญ แต่ปริมาณ ETH ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากการ Staking ยังคงมีอยู่ และในบางช่วงเวลา ปริมาณ ETH ที่ถูกสร้างใหม่มีมากกว่าปริมาณที่ถูกเผา ทำให้ Ethereum ไม่ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีภาวะเงินฝืด (deflationary) อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคา ETH ได้แก่: สภาวะตลาดโดยรวม: ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง และราคาของ ETH มักจะเคลื่อนไหวตามทิศทางของ Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ความต้องการใช้งาน: ความต้องการใช้งาน Ethereum ในแอปพลิเคชัน DeFi (Decentralized Finance), NFT (Non-Fungible Tokens) และอื่นๆ มีผลต่อราคา ETH หากความต้องการใช้งานลดลง ราคาก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง การแข่งขันจากคู่แข่ง: มีแพลตฟอร์มบล็อกเชนอื่นๆ ที่แข่งขันกับ Ethereum เช่น Solana, Cardano และ Avalanche หากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดและความน่าสนใจของ Ethereum ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวม และ Ethereum ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ความคาดหวังที่สูงเกินไป บางทีความคาดหวังที่สูงเกินไปเกี่ยวกับศักยภาพของ Ethereum ในการเป็น “เงินอัลตราซาวด์” อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง เมื่อราคา ETH ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง นักลงทุนบางส่วนอาจตัดสินใจขาย ETH และหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย การที่ Ethereum ไม่สามารถรักษามูลค่าเมื่อเทียบกับ Bitcoin อาจสร้างความกังวลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ลงทุนใน ETH โดยคาดหวังว่ามันจะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง และการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ Ethereum อย่างใกล้ชิด รวมถึงพัฒนาการของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศ เพื่อประเมินศักยภาพและความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างแม่นยำ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum กล่าวว่า “การ Staking Ether ง่ายแค่คลิกเดียว” ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้ามาลงทุนใน Ethereum มากขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Vitalik ชู ‘Staking Ether ง่ายแค่คลิกเดียว’ ดึงดูดสถาบัน บทสรุป แม้ว่า Ethereum จะไม่ได้กลายเป็น “เงินอัลตราซาวด์” อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนชั้นนำที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงและความผันผวนของตลาด และลงทุนอย่างระมัดระวัง ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารและพัฒนาการของ Ethereum อย่างใกล้ชิด กระจายความเสี่ยง: กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา ศึกษาข้อมูล: ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ระวังมิจฉาชีพ แพลตฟอร์มคริปโตไทยแช่แข็ง 10,000 บัญชี Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน Post navigation ปราบปรามบัญชีม้า! แพลตฟอร์มคริปโตไทยแช่แข็ง 10,000 บัญชี Hyperliquid เปิดตัว Portfolio Margin เพิ่มโอกาสเทรดด้วยเงินทุนน้อยลง