Michael Egorov ผู้ก่อตั้ง Curve Finance แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญ Stablecoin ชื่อดัง ออกมาแสดงความเห็นว่า โลกของ Decentralized Finance (DeFi) จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ที่แท้จริง แทนที่จะพึ่งพาการแจกจ่าย Token เพื่อดึงดูดสภาพคล่องเพียงอย่างเดียว ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน และปัจจัยภายใน เช่น ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจในปัจจุบันของหลายแพลตฟอร์ม CoinTelegraph รายงาน DeFi กับปัญหาการพึ่งพา Token มากเกินไป ที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม DeFi จำนวนมากใช้กลยุทธ์การแจกจ่าย Token ของตัวเอง เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานนำสินทรัพย์มาฝาก (Stake) หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้แพลตฟอร์มเหล่านี้สามารถดึงดูดสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้มีข้อเสียคือ เมื่อ Token ที่แจกจ่ายหมดไป หรือผลตอบแทนที่ได้จากการ Stake ลดลง ผู้ใช้งานก็มักจะย้ายสินทรัพย์ไปยังแพลตฟอร์มอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้แพลตฟอร์มเดิมขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ ความขัดแย้งใน DAO สัญญาณดี! ผู้ก่อตั้ง Curve Finance ชี้ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ Egorov มองว่า DeFi ไม่สามารถ “อยู่รอดได้หากไม่มีรายได้ที่แท้จริง” เนื่องจากแรงจูงใจจาก Token กำลังสูญเสียพลังในการดึงดูดสภาพคล่อง ความสำคัญของรายได้ที่แท้จริงใน DeFi รายได้ที่แท้จริงใน DeFi หมายถึง รายได้ที่เกิดจากการใช้งานแพลตฟอร์มจริง เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมการกู้ยืม หรือรายได้จากการให้บริการอื่นๆ ที่มีผู้ใช้งานต้องการจริง ไม่ใช่รายได้ที่เกิดจากการแจกจ่าย Token เพียงอย่างเดียว การมีรายได้ที่แท้จริงจะช่วยให้แพลตฟอร์ม DeFi สามารถ: สร้างความยั่งยืน: แพลตฟอร์มสามารถนำรายได้มาพัฒนาแพลตฟอร์ม จ่ายค่าบำรุงรักษา และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ใช้งาน ดึงดูดผู้ใช้งานระยะยาว: ผู้ใช้งานจะให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานจริงและมีรายได้ที่มั่นคง มากกว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการแจก Token เพียงอย่างเดียว ลดความผันผวน: รายได้ที่แท้จริงจะช่วยลดการพึ่งพาราคา Token ทำให้แพลตฟอร์มมีความผันผวนน้อยลง แนวทางสู่การสร้างรายได้ที่แท้จริงใน DeFi เพื่อให้ DeFi สามารถสร้างรายได้ที่แท้จริงได้ แพลตฟอร์มต่างๆ จำเป็นต้อง: พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความต้องการจริง: แพลตฟอร์มควรศึกษาความต้องการของผู้ใช้งาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้น สร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง: แพลตฟอร์มควรสร้างความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและเอื้อต่อการใช้งาน ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน: แพลตฟอร์มควรให้ความสำคัญกับการออกแบบ User Interface (UI) และ User Experience (UX) ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย Egorov กล่าวว่า: “โปรโตคอลไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีรายได้ที่แท้จริงไหลเข้ามา” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของแพลตฟอร์ม DeFi ต่างๆ ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย ความเห็นของ Egorov ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า การลงทุนในแพลตฟอร์ม DeFi ที่เน้นการแจก Token เพียงอย่างเดียว อาจมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของแพลตฟอร์มอย่างละเอียด โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น: โมเดลธุรกิจ: แพลตฟอร์มมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถสร้างรายได้ที่แท้จริงได้หรือไม่ ทีมพัฒนา: ทีมพัฒนามีความสามารถและประสบการณ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือไม่ การใช้งานจริง: แพลตฟอร์มมีการใช้งานจริงและมีผู้ใช้งานจำนวนมากหรือไม่ นอกจากนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังในการลงทุนใน Token ที่มีการแจกจ่ายในปริมาณมาก เนื่องจากราคาของ Token เหล่านี้อาจมีความผันผวนสูง การลงทุนใน DeFi ยังคงมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและลงทุนเฉพาะเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้เท่านั้น ทั้งนี้ ความเห็นของ Egorov อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก DeFi ที่จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง และอาจส่งผลให้เกิดการปรับตัวของแพลตฟอร์มต่างๆ ที่อาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนใหม่ๆ สำหรับนักลงทุนที่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ Post navigation Elliptic ชี้ช่องโหว่! แพลตฟอร์มคริปโตรัสเซียเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร Standard Chartered ยังคงเป้า Stablecoin $2 ล้านล้าน แต่ลดคาดการณ์ T-Bill