กราฟแสดงการคริปโตฟื้นตัว ท่ามกลางราคาน้ำมันผันผวนจากข่าวการเมือง

ตลาดคริปโตฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความเชื่อมั่นยังเปราะบาง

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ซึ่งเป็นผู้นำตลาด ได้ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับ Altcoins อื่นๆ อีกหลายสกุล การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันดิบโลกมีการปรับลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากการแสดงความคิดเห็นของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีผลต่อตลาดพลังงานทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับขึ้น แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์กลับบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่แข็งแกร่งนัก โดยปริมาณการซื้อขายสัญญาเปิด (Open Interest) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ชี้ให้เห็นว่าการปรับขึ้นของราคาในครั้งนี้อาจได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการซื้อในตลาดสปอต (Spot Demand) และการเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ Short (Short Covering) มากกว่าที่จะเกิดจากการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ที่สูง ซึ่งอาจหมายถึงการฟื้นตัวที่ยังขาดความยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจัยหนุนการ คริปโตฟื้นตัว: ผลกระทบจากราคาน้ำมันและข่าวการเมือง

การปรับตัวขึ้นของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วหลังคำกล่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักลงทุนมองว่าอาจส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง หรืออย่างน้อยก็ลดความตึงเครียดลงได้ชั่วคราว

“คำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการถอนทัพของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อตลาดน้ำมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ การลดลงของราคาน้ำมันมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีด้วย”

นักลงทุนมักจะมองหาสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on Assets) ในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และคริปโตเคอร์เรนซีก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ทำให้เกิดแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาด

Bitcoin และ Ethereum: ผู้นำการฟื้นตัว

จากการรายงานของ CoinDesk ราคาของ Bitcoin และ Ethereum ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น Bitcoin สามารถทำราคาได้ถึง 69,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ Ethereum ก็ขยับขึ้นไปแตะ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของ Altcoins อื่นๆ ที่ตามมาอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตลาดคริปโตกับเหตุการณ์สำคัญในตลาดการเงินโลก และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด Spot

หากต้องการเจาะลึกถึงมุมมองของทรัมป์ที่มีต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อตลาดโลก คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ: ทรัมป์ชี้สหรัฐฯ เตรียม ‘ถอนทัพอิหร่าน’ สะเทือนตลาดโลก?

สัญญาณเตือนจากตลาดอนุพันธ์: ความเชื่อมั่นที่ยังไม่แข็งแกร่ง

แม้ว่าราคาในตลาดสปอตจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์กลับส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะในเรื่องของปริมาณสัญญาเปิด (Open Interest) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดจำนวนสัญญาอนุพันธ์ที่ยังคงเปิดอยู่และยังไม่ได้ถูกปิดสถานะ

ทำความเข้าใจตลาดอนุพันธ์และ Open Interest

ตลาดอนุพันธ์คริปโต (Crypto Derivatives) คือตลาดที่นักลงทุนสามารถซื้อขายสัญญาที่มีมูลค่าอ้างอิงกับราคาของสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ฟิวเจอร์ส (Futures) และออปชั่น (Options) ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง

  • Open Interest (OI): คือจำนวนสัญญาอนุพันธ์ (เช่น ฟิวเจอร์ส) ที่ถูกสร้างขึ้นและยังไม่ได้ถูกปิดสถานะ เป็นตัวบ่งชี้ถึงปริมาณเงินทุนที่ถูกผูกไว้ในตลาดอนุพันธ์ ยิ่ง OI สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความสนใจและสภาพคล่องในตลาดมากเท่านั้น
  • Leverage (เลเวอเรจ): คือการที่นักลงทุนใช้เงินทุนจำนวนน้อยในการควบคุมสินทรัพย์มูลค่ามาก ทำให้สามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
  • Short Covering (การเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ Short): คือการที่นักลงทุนที่เปิดสถานะ Short (คาดว่าราคาจะลง) ต้องทำการซื้อสินทรัพย์คืนในตลาดเพื่อปิดสถานะ เมื่อราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้น การ Short Covering จำนวนมากจะยิ่งผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก

ในกรณีนี้ ปริมาณ Open Interest ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ บ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังในการใช้เลเวอเรจ นั่นหมายความว่า การปรับตัวขึ้นของราคาไม่ได้เกิดจากแรงซื้อที่ใช้เลเวอเรจสูง ซึ่งมักจะบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งและแนวโน้มที่ยั่งยืนกว่า แต่กลับเป็นผลมาจากแรงซื้อในตลาดสปอตและ Short Covering เป็นหลัก

การฟื้นตัวที่ขับเคลื่อนด้วย Spot Demand และ Short Covering

การที่ตลาด คริปโตฟื้นตัว จาก Spot Demand หมายถึงนักลงทุนเข้าซื้อ Bitcoin และ Ethereum ด้วยเงินสดจริงๆ โดยไม่มีการใช้หนี้หรือยืมสินทรัพย์มาลงทุน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ของความต้องการที่แท้จริง แต่ในขณะเดียวกัน แรงหนุนจาก Short Covering ซึ่งเกิดจากการที่นักลงทุนที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง (Short Sellers) ต้องเข้าซื้อคืนเพื่อจำกัดการขาดทุน ก็สามารถผลักดันราคาให้พุ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวจาก Short Covering มักจะเป็นปัจจัยระยะสั้นและอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับแรงซื้อจากความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งในระยะยาว

บทความ บิตคอยน์ร่วงน้อยลง: Fidelity ชี้ตลาดคริปโตเติบโต ได้ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดคริปโตที่เริ่มมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาไม่ได้เกิดจากการใช้เลเวอเรจที่สูงเหมือนในอดีต

มุมมองและข้อคิดสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การฟื้นตัวของตลาดคริปโตในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ควรพิจารณาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสัญญาณจากตลาดอนุพันธ์ยังคงบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ยังไม่เต็มที่ นี่คือข้อควรพิจารณา:

  • ความผันผวนยังคงเป็นเรื่องปกติ: แม้จะมีการฟื้นตัว แต่ตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรวดเร็ว
  • วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน: ควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของแต่ละเหรียญ รวมถึงการติดตามข่าวสารเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ ที่สามารถส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้
  • ระมัดระวังการใช้เลเวอเรจ: ข้อมูล Open Interest ที่ต่ำเตือนว่าการใช้เลเวอเรจสูงในช่วงนี้อาจมีความเสี่ยง การลงทุนด้วยเงินเย็นและไม่ใช้เลเวอเรจมากเกินไปอาจเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยกว่า
  • ศึกษาตลาดอนุพันธ์: ทำความเข้าใจกลไกของตลาดอนุพันธ์ เช่น Open Interest และ Short Covering เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินแนวโน้มตลาด
  • กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป การกระจายความเสี่ยงในพอร์ตโฟลิโอสามารถช่วยลดความเสียหายได้หากตลาดเกิดการปรับฐาน

สรุป การที่ตลาด คริปโตฟื้นตัว ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงจากคำพูดของทรัมป์นั้นเป็นภาพรวมที่น่าสนใจ แต่สัญญาณจากตลาดอนุพันธ์ที่แสดงถึง Open Interest ที่ต่ำ ย้ำเตือนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงเปราะบาง การฟื้นตัวครั้งนี้อาจมาจากการซื้อในตลาดสปอตและการปิดสถานะ Short เป็นหลัก ซึ่งอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับการฟื้นตัวที่มาพร้อมกับการใช้เลเวอเรจที่สูงและมีความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งกว่า นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *