Bitcoin ดีดตัวกลับหลังร่วงหนัก นักวิเคราะห์ชี้ชะตาที่ระดับ $69,000 ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เข้าใกล้ระดับ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเผชิญกับการร่วงลงอย่างรวดเร็ว (flush) ในช่วงต้นวัน ซึ่งทำให้ราคาลดลงไปอยู่ในช่วง 60,000 ดอลลาร์ต้นๆ ในตลาดซื้อขายต่างๆ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้สถานะ short positions มูลค่าเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ถูกชำระบัญชี (liquidated) การเคลื่อนไหวของราคาในครั้งนี้ยังคงอยู่ในช่วง 60,000 – 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรอบราคาที่ Bitcoin ซื้อขายกันมาตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ตามข้อมูลจาก Glassnode อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงระมัดระวัง เนื่องจากยังคงมีสัญญาณของความอ่อนแอเชิงโครงสร้างในตลาด บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก CryptoSlate ซึ่งรายงานถึงการวิเคราะห์ของ Glassnode ที่ระบุว่า ระดับราคาที่ 69,000 ดอลลาร์จะเป็นตัวตัดสินว่า Bitcoin จะสามารถรักษาแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้หรือไม่ Glassnode เผยระดับราคา Bitcoin ที่ต้องจับตา Glassnode บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตเคอร์เรนซีชื่อดัง ได้ชี้ให้เห็นถึงระดับราคาที่สำคัญที่ต้องจับตา หาก Bitcoin ต้องการที่จะสานต่อแนวโน้มขาขึ้น ระดับดังกล่าวคือ 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิม หาก Bitcoin สามารถทะลุระดับนี้ไปได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกมาก การที่ Bitcoin สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วหลังจากร่วงลงไปอย่างรุนแรง แสดงให้เห็นถึงความต้องการซื้อ (buying pressure) ที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดยังคงมีความผันผวนสูง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ราคา Bitcoin ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ มากมาย ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจัยภายใน ได้แก่ อุปสงค์และอุปทานของ Bitcoin, ความเชื่อมั่นของนักลงทุน, และข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก, นโยบายการเงินของธนาคารกลาง, และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี อุปสงค์และอุปทาน: หากอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) มากกว่าอุปทาน (ปริมาณ Bitcoin ที่มีอยู่) ราคาก็จะสูงขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: หากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในอนาคตของ Bitcoin ราคาก็จะสูงขึ้น ข่าวสาร: ข่าวสารเชิงบวกเกี่ยวกับ Bitcoin มักจะส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ข่าวสารเชิงลบมักจะส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง การวิเคราะห์ทางเทคนิค: แนวรับ แนวต้าน และตัวชี้วัด นักวิเคราะห์ทางเทคนิคใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มราคา Bitcoin เครื่องมือที่นิยมใช้กัน ได้แก่ แนวรับ (support level), แนวต้าน (resistance level), และตัวชี้วัดทางเทคนิค (technical indicators) แนวรับคือระดับราคาที่คาดว่าจะมีการซื้อเข้ามาเพื่อพยุงราคาไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้ ในขณะที่แนวต้านคือระดับราคาที่คาดว่าจะมีการขายออกมาเพื่อกดราคาไม่ให้สูงขึ้นไปมากกว่านี้ ตัวชี้วัดทางเทคนิคต่างๆ เช่น Moving Average, RSI, และ MACD สามารถช่วยในการระบุแนวโน้มราคาและสัญญาณซื้อขายได้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย การที่ Bitcoin ดีดตัวกลับขึ้นมาใกล้ระดับ 69,000 ดอลลาร์ เป็นสัญญาณบวกสำหรับนักลงทุนไทยที่ถือครอง Bitcoin อยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดยังคงมีความผันผวนสูง การลงทุนใน Bitcoin มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาที่จะลงทุนใน Bitcoin ควรพิจารณาถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับได้หากเกิดการสูญเสีย นอกจากนี้ การกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจาก Bitcoin แล้ว นักลงทุนไทยยังสามารถลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ได้อีกมากมาย แต่ละสกุลเงินดิจิทัลก็มีลักษณะและความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีแต่ละสกุลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน ข่าวนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตลาดหมี Bitcoin ยังไม่จบ? ราคา Bitcoin ส่อแววร่วงหลังชนแนวต้าน 68,000 ดอลลาร์ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ “Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง นักลงทุนควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง” – นักวิเคราะห์จาก CryptoSlate การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับได้หากเกิดการสูญเสีย หากสนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ลองพิจารณา Crypto ETN ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในสหราชอาณาจักร Post navigation ผันผวนหนัก! Bitcoin ร่วงฉับพลันต่ำกว่า 48,000 ดอลลาร์บนแพลตฟอร์ม Lighter Bitcoin จะพ้นตลาดหมี? หากกระทิงดันราคาเหนือ $74,500