กราฟราคา Bitcoin แสดงการร่วงลงและการฟื้นตัวท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก

ในสถานการณ์ล่าสุดของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ราคา Bitcoin (BTC) ได้เผชิญกับการปรับฐานครั้งสำคัญ โดยร่วงลงสู่ระดับ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดช่องว่าง (CME Gap) ในตลาดฟิวเจอร์สของ CME Bitcoin ที่น่าจับตา

การปรับฐานในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ซึ่งจุดประกายให้เกิดการเทขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง และผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแทน การเคลื่อนไหวของ ราคา Bitcoin ในครั้งนี้ทำให้มันกลับเข้าสู่ช่วงราคาที่เคยเห็นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนและเทรดเดอร์หลายคนยังคงจับตาโอกาสในการฟื้นตัวกลับสู่ระดับ 70,000 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด

ความตึงเครียดตะวันออกกลางฉุด `ราคา Bitcoin` และตลาดโลก

เหตุการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง มักส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดการเงินทั่วโลก และครั้งนี้ก็เช่นกัน การที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ได้สร้างความไม่แน่นอนและกระตุ้นความกังวลในหมู่นักลงทุน

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นักลงทุนมักจะลดความเสี่ยงโดยการขายสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เช่น หุ้น หรือคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อหันไปถือสินทรัพย์ที่ถือว่าปลอดภัยกว่า (Safe Haven assets) เช่น ทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาล การเคลื่อนย้ายเงินทุนครั้งใหญ่นี้ส่งผลให้ตลาดคริปโตต้องเผชิญกับแรงกดดันในการขายอย่างหนัก ดังที่เห็นได้จาก ความตึงเครียดอิหร่านฉุด ตลาดคริปโต หุ้นร่วง น้ำมันผันผวน ก่อนหน้านี้

ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีดังนี้:

  • แรงเทขายในตลาดคริปโต: ราคา Bitcoin และ Altcoin ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การไหลเข้าสู่สินค้าโภคภัณฑ์: ราคาทองคำและน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย
  • ความผันผวนของตลาดหุ้น: ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนและแรงเทขาย

ทำความเข้าใจ `CME Gap` และความสำคัญต่อตลาด

หนึ่งในประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญที่เกิดขึ้นจากการปรับฐานของ ราคา Bitcoin ครั้งนี้คือการเกิด CME Gap สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่คุ้นเคย CME Gap คือช่องว่างของราคาที่เกิดขึ้นในตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin ของ Chicago Mercantile Exchange (CME)

CME Gap คืออะไร?

CME เป็นตลาดซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมที่มีเวลาทำการจำกัด ซึ่งแตกต่างจากตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

CME Gap เกิดขึ้นเมื่อราคาปิดของสัญญาฟิวเจอร์ส Bitcoin ในวันศุกร์ แตกต่างจากราคาเปิดในวันจันทร์อย่างมีนัยสำคัญ

เหตุผลก็คือ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาด CME ปิดทำการ ตลาด Spot ของ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวต่อไปได้ และหากมีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ ราคา Bitcoin มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันหยุด เมื่อตลาด CME เปิดทำการในวันจันทร์ ราคาเปิดจะกระโดดข้ามราคาปิดของวันศุกร์ ทำให้เกิด ‘ช่องว่าง’ ขึ้นมา

ความสำคัญของ CME Gap ต่อเทรดเดอร์

CME Gap มักถูกมองว่าเป็นแนวโน้มที่ ราคา Bitcoin มักจะกลับไป ‘เติมเต็ม’ ช่องว่างนั้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการกลับขึ้นไปเติมช่องว่างที่อยู่เหนือราคาปัจจุบัน หรือกลับลงมาเติมช่องว่างที่อยู่ใต้ราคาปัจจุบัน

ในกรณีนี้ ราคา Bitcoin ที่ร่วงลงมาได้ทิ้ง CME Gap ไว้เหนือราคาปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าเทรดเดอร์หลายคนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปเพื่อ ‘เติมเต็ม’ ช่องว่างดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการคาดการณ์ถึงการรีบาวด์สู่ 70,000 ดอลลาร์

การเคลื่อนไหวของราคาและแนวรับสำคัญ

การที่ ราคา Bitcoin ร่วงลงสู่ 68,000 ดอลลาร์ ทำให้มันกลับเข้าสู่ช่วงการซื้อขายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่าระดับ 68,000 ดอลลาร์อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาและทางเทคนิคในระยะสั้น

หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ก็จะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการฟื้นตัว แต่หากหลุดแนวรับนี้ไปได้ ก็อาจเห็นการปรับฐานเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์ตลาดหลายท่านมองว่า “การเกิด CME Gap ในทิศทางขาขึ้น มักจะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับการฟื้นตัวในระยะกลางถึงยาว และด้วยปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin ที่ยังคงแข็งแกร่ง เราอาจเห็นการปรับตัวขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ได้ไม่ช้าก็เร็ว”

เป้าหมายถัดไปที่เทรดเดอร์กำลังจับตามองคือระดับ 70,000 ดอลลาร์ การกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคงจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาด และอาจเป็นการยืนยันว่าแรงขายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นเพียงชั่วคราว

ในขณะที่ตลาดกำลังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงเช่น Bitcoin ราคา Bitcoin ดิ่ง! ตลาดคริปโตเจอ Liquidations เกือบ $400M แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเทรดในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง

ผลกระทบและข้อคิดสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การปรับฐานของ ราคา Bitcoin ในครั้งนี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส ขึ้นอยู่กับมุมมองและกลยุทธ์การลงทุน

ข้อควรพิจารณาสำหรับนักลงทุนไทย:

  1. ความผันผวนของราคา: ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงอยู่แล้ว เมื่อรวมกับปัจจัยภายนอกเช่นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนจะยิ่งเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของราคาที่รวดเร็ว
  2. โอกาสในการเข้าซื้อ: สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ Bitcoin การปรับฐานอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อในราคาที่ต่ำลง หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA)
  3. การกระจายความเสี่ยง: ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการลงทุนในสินทรัพย์เดียว การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ หรือคริปโตเคอร์เรนซีตัวอื่น ๆ สามารถช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอได้
  4. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศและข่าวสารเศรษฐกิจมหภาคมีผลอย่างมากต่อตลาดคริปโต การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น
  5. ความเสี่ยงของ CME Gap: แม้ว่า CME Gap มักจะถูกเติมเต็ม แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ 100% นักลงทุนควรใช้ข้อมูลนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ไม่ใช่เป็นสัญญาณซื้อขายเพียงอย่างเดียว

สรุปได้ว่า การร่วงลงของ ราคา Bitcoin สู่ระดับ 68,000 ดอลลาร์ พร้อมกับการทิ้ง CME Gap ไว้ เป็นผลมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าในระยะสั้นตลาดจะเผชิญกับแรงกดดัน แต่การที่นักลงทุนยังคงจับตาการฟื้นตัวสู่ 70,000 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของตลาดคริปโต

นักลงทุนไทยควรใช้โอกาสนี้ในการทบทวนกลยุทธ์การลงทุน จัดการความเสี่ยง และเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวน เพื่อคว้าโอกาสจากสถานการณ์ตลาดที่ไม่แน่นอนนี้อย่างชาญฉลาด.

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *