Bitcoin พลิกฟื้น! ทะยานเหนือ $70,000 หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่พลิกโผ ราคา Bitcoin พลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ทะยานขึ้นเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันนี้ หลังจากที่ร่วงลงไปเมื่อวานนี้ โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา (CPI) ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะใกล้นี้ ตามรายงานจาก CoinDesk ข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดมากนัก ทำให้ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับการที่เฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ ซึ่งสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ที่ว่า Bitcoin แกว่งใต้ $70,000 นักลงทุนชะลอ ก่อนรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่พลิกโผ หนุน Bitcoin ฟื้นตัว เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ โดยตัวเลข CPI ทั่วไป (Headline CPI) เพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่การที่ตัวเลขออกมาตามคาดการณ์ ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนที่กลัวว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน Bitcoin เนื่องจากราคาน้ำมันที่ต่ำลงมักจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม และลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ นักวิเคราะห์คาดเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า ตลาดการเงินยังคงให้น้ำหนักกับการที่เฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงิน (FOMC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19-20 มีนาคมนี้ รวมถึงการประชุมในเดือนเมษายนด้วย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าเฟดจะรอจนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย ก่อนที่จะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน “เราคาดว่าเฟดจะยังคงระมัดระวังและรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย” นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งกล่าว การคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดถือเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin เนื่องจากจะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาและเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน จับตาปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อ Bitcoin ถึงแม้ว่า Bitcoin จะฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาในระยะข้างหน้า ได้แก่ ความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี: ตลาดคริปโตฯ ยังคงมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น: หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังพิจารณาออกมาตรการกำกับดูแลตลาดคริปโตฯ ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคา ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: การโจรกรรมและการฉ้อโกงยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญในตลาดคริปโตฯ นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการเลือกแพลตฟอร์มและเก็บรักษาเหรียญ นอกจากนี้ ข่าวการยึด USDT ที่พัวพันกับกลโกงลงทุนคริปโตฯ อย่าง สหรัฐฯ ยึด USDT 3.4 ล้านดอลลาร์! พัวพันกลโกงลงทุนคริปโต ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย การฟื้นตัวของ Bitcoin เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนไทยที่ถือครอง Bitcoin อยู่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น และลงทุนอย่างระมัดระวัง สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาลงทุนใน Bitcoin ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และควรลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ โดยสรุป การที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่ได้สูงเกินคาด ทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย และส่งผลให้ Bitcoin ฟื้นตัวได้ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน Post navigation เงินเฟ้อสหรัฐฯ ฉุด Bitcoin ร่วง! จับตาท่าทีเฟดหลัง CPI กุมภาพันธ์ Strive ทุ่ม $50 ล้านให้ Strategy ลงทุน Bitcoin เพิ่ม ดันปันผล SATA