กราฟราคา Bitcoin แสดงความผันผวนของราคา

Bitcoin พุ่ง 5% นักวิเคราะห์ชี้เป็น Short Covering

ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 5% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนหลายราย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กลับมองว่าการปรับตัวขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการทำ Short Covering มากกว่าที่จะเป็นแรงซื้อใหม่ที่แข็งแกร่ง ข้อมูลนี้มาจากบทวิเคราะห์ของ CoinDesk

Short Covering คืออะไร? อธิบายง่ายๆ คือ สถานการณ์ที่นักลงทุนที่เปิดสถานะ Short (เดิมพันว่าราคาจะลง) จำเป็นต้องซื้อคืน Bitcoin เพื่อปิดสถานะของตนเอง เนื่องจากราคาปรับตัวสูงขึ้น การซื้อคืนนี้เองที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์นี้แตกต่างจากแรงซื้อที่แท้จริง (Spot Demand) ซึ่งเกิดจากนักลงทุนที่ต้องการถือ Bitcoin ในระยะยาว หากการปรับตัวขึ้นของราคาเกิดจาก Short Covering เพียงอย่างเดียว อาจเป็นสัญญาณว่าการขึ้นนั้นไม่ยั่งยืนและอาจมีการปรับฐานราคาตามมาได้ในอนาคตอันใกล้

ข้อมูล Open Interest และ Liquidation Levels ที่น่าจับตา

ข้อมูลตลาดแสดงให้เห็นถึง Open Interest (OI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Open Interest คือ จำนวนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ถูกปิด (ทั้ง Long และ Short) การเพิ่มขึ้นของ OI บ่งชี้ว่ามีนักลงทุนเข้ามาในตลาดมากขึ้นและพร้อมที่จะเดิมพันกับทิศทางราคา

นอกจากนี้ ข้อมูล Liquidation Levels (ระดับราคาที่มีการชำระบัญชี) ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยมี Liquidation Clusters ขนาดใหญ่อยู่บริเวณ $65,000 และเหนือ $70,000 หมายความว่าหากราคา Bitcoin เคลื่อนที่ไปถึงระดับดังกล่าว จะมีแรงขายจำนวนมากออกมา ซึ่งอาจกดดันให้ราคาปรับตัวลงได้

สถานการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของราคา Bitcoin อาจเปราะบาง หากไม่มีแรงซื้อที่แข็งแกร่งเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Spot Demand คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

Spot Demand คือ ความต้องการซื้อ Bitcoin ในตลาด Spot (ตลาดซื้อขายทันที) ซึ่งเป็นการซื้อขาย Bitcoin จริงๆ ไม่ใช่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Spot Demand ที่แข็งแกร่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในระยะยาวและพร้อมที่จะถือครอง Bitcoin

หากราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นโดยมี Spot Demand สนับสนุน จะเป็นการขึ้นที่ยั่งยืนกว่าการขึ้นที่เกิดจาก Short Covering เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ

วิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มราคา Bitcoin

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ของ Bitcoin ได้ดังนี้:

  • การปรับตัวขึ้นล่าสุดอาจเป็นผลจาก Short Covering เป็นหลัก
  • Open Interest ที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความสนใจในตลาดที่มากขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
  • Liquidation Levels บริเวณ $65,000 และเหนือ $70,000 เป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
  • Spot Demand ที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การขึ้นของราคา Bitcoin ยั่งยืน

ดังนั้น นักลงทุนควรติดตาม Spot Demand อย่างใกล้ชิด หาก Spot Demand ไม่แข็งแกร่งพอ การปรับตัวขึ้นอาจเป็นเพียงระยะสั้นและอาจมีการปรับฐานราคาตามมา

นักวิเคราะห์จาก CoinDesk กล่าวว่า “การปรับตัวขึ้นของ Bitcoin อาจเปราะบาง หากไม่มีแรงซื้อที่แข็งแกร่งเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง”

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การปรับตัวขึ้นของ Bitcoin อาจเป็นโอกาสในการทำกำไร แต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับฐานราคา นักลงทุนควร:

  • ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด
  • ประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม
  • กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ
  • พิจารณาทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวขึ้น แต่ก็พร้อมที่จะรับมือกับการปรับฐานราคา

นอกจากนี้ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin ETF ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในระยะยาว รวมถึงติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ กฎหมายคริปโต ในประเทศต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับ Bitcoin กลับมายืนเหนือ $70,000! นักวิเคราะห์เตือนอย่าใจร้อน ที่เน้นย้ำถึงการลงทุนอย่างระมัดระวังในช่วงตลาดผันผวน

โดยสรุป การปรับตัวขึ้นของ Bitcoin ในครั้งนี้อาจเป็นผลจาก Short Covering มากกว่าที่จะเป็นแรงซื้อใหม่ นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มา: CoinDesk

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *