Bitcoin กลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งในช่วงเช้าของวันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2567) หลังจากที่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การฟื้นตัวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในเอเชีย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะสั้นว่าระดับต่ำสุดของวันที่ 5 กุมภาพันธ์จะสามารถยืนอยู่ได้หรือไม่ บทความนี้จะเจาะลึกถึงปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการฟื้นตัวของ Bitcoin และวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต รวมถึงผลกระทบต่อนักลงทุนชาวไทย Bitcoin ฟื้นตัว: ปัจจัยหนุนจากภายนอก การฟื้นตัวของ Bitcoin ในครั้งนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากสองปัจจัย: การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ: เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สินทรัพย์อื่นๆ เช่น Bitcoin จะมีราคาถูกลงในสายตานักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงซื้อมากขึ้น การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชีย: ตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่งปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก และส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยทางเทคนิคที่อาจมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของ Bitcoin นักวิเคราะห์บางรายชี้ให้เห็นถึงรูปแบบ “double bottom” ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาขึ้น Double Bottom คืออะไร? Double bottom เป็นรูปแบบทางเทคนิคที่เกิดขึ้นเมื่อราคาของสินทรัพย์ลดลงไปถึงจุดต่ำสุดสองครั้งติดต่อกัน โดยมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ราคาสูงขึ้นระหว่างจุดต่ำสุดทั้งสอง รูปแบบนี้บ่งชี้ว่าแรงขายได้หมดลง และแรงซื้อกำลังเข้ามาแทนที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับตัวเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายยังคงมีความกังวลว่าการฟื้นตัวในครั้งนี้อาจเป็นเพียงระยะสั้น และ Bitcoin อาจกลับลงไปทดสอบระดับต่ำสุดของวันที่ 5 กุมภาพันธ์อีกครั้ง นักวิเคราะห์มองต่างมุม: แนวโน้ม Bitcoin ยังไม่แน่นอน แม้ว่า Bitcoin จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ แต่ความเห็นของนักวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มในระยะสั้นยังคงแตกต่างกันอย่างมาก “เรายังคงระมัดระวังเกี่ยวกับ Bitcoin ในระยะสั้น เนื่องจากเราเชื่อว่าตลาดยังคงมีความผันผวนสูง และมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา” – นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยแห่งหนึ่งกล่าว ในขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการฟื้นตัวในครั้งนี้เป็นสัญญาณของการกลับตัวเป็นขาขึ้น นักวิเคราะห์รายอื่นๆ เชื่อว่า Bitcoin ยังคงมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น หรือตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง ปัจจัยที่ต้องจับตา: ตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ในระยะสั้น นักลงทุนควรจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อ และการจ้างงาน รวมถึงนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง และ Fed ส่งสัญญาณว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป อาจส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และกดดันราคา Bitcoin นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของคริปโตเคอร์เรนซีในประเทศต่างๆ หากมีข่าวร้ายเกี่ยวกับกฎระเบียบ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกดดันราคา Bitcoin ได้ ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย: โอกาสและความเสี่ยง สำหรับนักลงทุนชาวไทย การฟื้นตัวของ Bitcoin ในครั้งนี้ถือเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง ในด้านโอกาส หาก Bitcoin สามารถรักษาแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้ นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อยู่แล้วอาจได้รับผลตอบแทนที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่กำลังพิจารณาที่จะลงทุนใน Bitcoin ควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และลงทุนเฉพาะในส่วนที่สามารถรับความเสี่ยงได้เท่านั้น นอกจากนี้ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงติดตามข่าวสารและพัฒนาการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนคริปโตฯ สามารถศึกษาได้จาก AI ดันคริปโตพุ่ง? มุมมองต่างขั้วจาก Bitwise และ Haun การทำความเข้าใจความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เช่น คริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งสอดคล้องกับ ESMA เตือน! Perpetual Futures คริปโต เสี่ยงเข้าข่ายกฎ CFD กระทบเทรดเดอร์ โดยสรุป การฟื้นตัวของ Bitcoin เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าแนวโน้มขาขึ้นจะยั่งยืน นักลงทุนควรระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน แหล่งที่มา: CoinDesk Post navigation Bitcoin ยังฮิต! River เผยการยอมรับ Bitcoin พุ่ง แม้ราคาผันผวน Bitcoin ETF ฟื้น! เงินไหลเข้า $258 ล้าน สถาบันเริ่มกลับลำ?