Bitcoin พุ่งทะยานด้วยแรงหนุนจาก AI ในโลกอนาคต

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี การคาดการณ์ราคา Bitcoin ในระยะยาวมักเป็นที่สนใจของนักลงทุนเสมอ Joe Burnett นักกลยุทธ์จาก Strive Asset Management ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ภาวะเงินฝืดที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงถึง 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2036 คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมกว่า 230 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน

AI กับภาวะเงินฝืด: ปัจจัยหนุน Bitcoin ในระยะยาว

Burnett เชื่อว่า AI จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก และนำไปสู่ภาวะเงินฝืดในที่สุด เมื่อเกิดภาวะเงินฝืด ธนาคารกลางทั่วโลกอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยและการพิมพ์เงินเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าของเงินเฟียต (สกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล) ลดลง และทำให้สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่าง Bitcoin มีความน่าสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ภาวะเงินฝืด (Deflation) คือ สภาวะที่ราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงกันข้ามกับภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น

ทำไมนโยบายผ่อนคลายทางการเงินถึงส่งผลดีต่อ Bitcoin?

เมื่อธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่ม หรือลดอัตราดอกเบี้ย จะทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าของเงินลดลง (เงินเฟ้อ) นักลงทุนจึงมองหาสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินเฟียต และ Bitcoin ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี

“AI-driven deflation could force looser policy, pushing Bitcoin toward $11 million a coin by 2036 and a $230 trillion market cap.” – Joe Burnett, Strive Asset Management

Bitcoin: สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัด

สิ่งที่ทำให้ Bitcoin แตกต่างจากสกุลเงินเฟียตคือ จำนวน Bitcoin ที่มีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ซึ่งทำให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีความขาดแคลน (Scarcity) ในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อความต้องการ (Demand) มากกว่าอุปทาน (Supply) ราคาย่อมสูงขึ้น นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า Bitcoin จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องพิจารณา

แม้ว่าการคาดการณ์ของ Burnett จะดูน่าสนใจ แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่นักลงทุนควรพิจารณา:

  • ความผันผวนของตลาด: ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง ราคา Bitcoin สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง
  • กฎระเบียบ: กฎระเบียบเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซียังไม่ชัดเจนในหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ได้
  • เทคโนโลยี: เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซียังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อ Bitcoin ได้

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่สูงถึง 11 ล้านดอลลาร์ในปี 2036 อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาในแง่ของการลงทุนระยะยาว หาก Burnett คาดการณ์ถูกต้อง การถือ Bitcoin ในวันนี้อาจให้ผลตอบแทนที่สูงมากในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี และลงทุนเฉพาะเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้เท่านั้น การกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุน

นอกจากนี้ นักลงทุนไทยควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างใกล้ชิด รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคา Bitcoin เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีข้อมูล

การลงทุนใน Bitcoin ยังคงมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

สรุป: การคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ 11 ล้านดอลลาร์ในปี 2036 เป็นเพียงการคาดการณ์หนึ่งเท่านั้น นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลและปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และลงทุนเฉพาะเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้

ที่มา: CoinTelegraph

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *