ภาพประกอบ PAC คริปโต แสดงเงินทุนจาก Cantor Fitzgerald และ Anchorage Digital ที่หลั่งไหลเข้าสู่การเมืองคริปโต

PAC คริปโต: Cantor Fitzgerald-Anchorage Digital ทุ่ม 11 ล้านดอลล์ หนุนการเมืองคริปโต

เมื่อเร็วๆ นี้ วงการคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกาได้เห็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในเวทีการเมือง เมื่อ PAC คริปโต หรือ Political Action Committee ที่ชื่อว่า Fellowship ได้เปิดเผยยอดเงินบริจาคจำนวนมหาศาลกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกการเงินและคริปโต ได้แก่ Cantor Fitzgerald และ Anchorage Digital

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมคริปโตในการสร้างอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญระดับโลก

การบริจาคครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณของการเข้ามามีบทบาททางการเมืองของอุตสาหกรรมคริปโตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการรวมตัวกันของผู้เล่นรายใหญ่เพื่อผลักดันวาระของตนอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะกรรมการนี้มีบุคคลสำคัญอย่างหัวหน้าฝ่ายกิจการรัฐบาลของ Tether เป็นผู้นำ และมีการใช้จ่ายเงินกว่า 3 ล้านดอลลาร์ในการโฆษณาผ่านบริษัทที่ Bo Hines ซีอีโอของ Tether US เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

PAC คริปโต คืออะไร และทำงานอย่างไรในสหรัฐฯ?

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า “PAC” (Political Action Committee) ควรทำความเข้าใจว่านี่คือรูปแบบหนึ่งขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเพื่อระดมทุนและใช้จ่ายเงินเพื่อสนับสนุนหรือต่อต้านผู้สมัครทางการเมือง พรรคการเมือง หรือประเด็นทางกฎหมายบางอย่าง

PAC คริปโต ก็คือ PAC ที่เน้นการรวบรวมเงินทุนจากบริษัทหรือบุคคลในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อใช้ในการล็อบบี้หรือสนับสนุนผู้สมัครที่เห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรม

เป้าหมายหลักของ PAC คริปโต คือการสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเติบโตและนวัตกรรมของคริปโตเคอร์เรนซี

นี่เป็นวิธีที่อุตสาหกรรมพยายามสร้างเสียงของตนเองในสภาคองเกรสและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายที่จะออกมานั้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือจำกัดศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล

ที่มาของเงินทุน: Cantor Fitzgerald และ Anchorage Digital

การเปิดเผยข้อมูลเงินบริจาค 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับ PAC คริปโต Fellowship นั้นมาจากสองบริษัทที่มีชื่อเสียงในโลกการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล:

  • Cantor Fitzgerald: เป็นบริษัทบริการทางการเงินระดับโลกที่มีประวัติยาวนาน มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน การจัดการสินทรัพย์ และการธนาคารเพื่อการลงทุน การที่ Cantor Fitzgerald เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุน PAC คริปโต แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมกำลังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ของโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงอิทธิพลทางกฎหมายด้วย
  • Anchorage Digital: เป็นธนาคารสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับใบอนุญาตจาก Office of the Comptroller of the Currency (OCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของรัฐบาลกลาง การสนับสนุนจาก Anchorage Digital ตอกย้ำถึงความต้องการของบริษัทคริปโตที่ถูกกำกับดูแลอย่างถูกต้อง ให้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของกฎหมายคริปโต

การเข้ามาของสถาบันเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มหันมาสนใจและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ มุมมองของ Morgan Stanley ที่ชี้ว่า Tokenization เป็นก้าวใหญ่ของธุรกิจความมั่งคั่ง

บทบาทของ Tether และ Bo Hines ในการขับเคลื่อน PAC คริปโต

ข้อมูลที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ บทบาทของบุคคลสำคัญจาก Tether ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หัวหน้าฝ่ายกิจการรัฐบาลของ Tether เป็นผู้นำคณะกรรมการของ PAC คริปโต Fellowship นี้ และมีการรายงานว่า PAC ได้ใช้จ่ายเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการโฆษณาผ่านบริษัทที่ Bo Hines ซีอีโอของ Tether US เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

การเชื่อมโยงโดยตรงกับ Tether ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโตในการสร้างเครือข่ายทางการเมืองและมีอิทธิพลต่อทิศทางของกฎหมาย

การใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการโฆษณาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันข้อความและวาระของอุตสาหกรรมคริปโตไปสู่สาธารณะและผู้กำหนดนโยบาย

การใช้จ่ายเพื่อสร้างอิทธิพล: โฆษณาและการเมือง

การใช้เงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อการโฆษณาผ่านบริษัทที่เชื่อมโยงกับผู้บริหารระดับสูงของ Tether ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบเพื่อเพิ่มการรับรู้และสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมคริปโต

การโฆษณาเหล่านี้มักจะพุ่งเป้าไปที่การสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับคริปโตเคอร์เรนซี เน้นย้ำถึงนวัตกรรม ศักยภาพทางเศรษฐกิจ และการนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ เพื่อตอบโต้ข้อกังวลด้านความเสี่ยงหรือการฟอกเงินที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาโดยผู้ที่ไม่เห็นด้วย

การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทางการเมืองที่กว้างขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวทั้งประชาชนและผู้กำหนดนโยบายให้เข้าใจและสนับสนุนการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล

ภูมิทัศน์การล็อบบี้คริปโตที่กว้างขึ้น

การบริจาคครั้งนี้ของ PAC คริปโต Fellowship เป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวอย่างของการล็อบบี้ของอุตสาหกรรมคริปโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ

จากข้อมูลของ CoinTelegraph มีรายงานว่าบริษัทและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับคริปโตได้ใช้จ่ายเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ไปกับการล็อบบี้ในวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

บริษัทอย่าง Coinbase, Ripple, และ FTX (ก่อนล่มสลาย) ต่างก็เป็นผู้เล่นหลักในเวทีนี้ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้างกฎระเบียบที่ชัดเจนและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของอุตสาหกรรมคริปโตนั้นสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการพัฒนากฎหมายอย่าง MiCA ในยุโรป ซึ่งกำลังจะกลายเป็น MiCA 2 เพื่อรองรับตลาดคริปโตที่โตเต็มวัย การที่สหรัฐฯ ยังไม่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน ทำให้การล็อบบี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม

ทำไมการล็อบบี้คริปโตจึงสำคัญ?

การล็อบบี้ของอุตสาหกรรมคริปโตมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:

  1. สร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบ: อุตสาหกรรมคริปโตยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนทางกฎหมายในหลายๆ ด้าน การล็อบบี้ช่วยผลักดันให้เกิดกฎระเบียบที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมการลงทุน
  2. ป้องกันกฎหมายที่จำกัด: หากไม่มีการล็อบบี้ ผู้กำหนดนโยบายอาจออกกฎหมายที่เข้มงวดเกินไป ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมและการเติบโตของอุตสาหกรรม
  3. ส่งเสริมนวัตกรรม: การสร้างความเข้าใจให้กับผู้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับประโยชน์และศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและดึงดูดการลงทุน
  4. สร้างความชอบธรรม: การมีส่วนร่วมทางการเมืองช่วยให้อุตสาหกรรมคริปโตดูมีความเป็นผู้ใหญ่และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของสถาบันและสาธารณะ

“การที่บริษัทระดับใหญ่เช่น Cantor Fitzgerald และ Anchorage Digital เข้ามาร่วมสนับสนุน PAC คริปโต สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินกระแสหลักที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินกล่าว

อนาคตของกฎหมายคริปโต: อิทธิพลจาก PAC คริปโต

การเข้ามามีอิทธิพลของ PAC คริปโต และเงินบริจาคจำนวนมากเช่นนี้ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออนาคตของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ

ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก PAC เหล่านี้ มักจะมีความเห็นอกเห็นใจต่ออุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การผลักดันกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนา เช่น การจัดประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การลดภาระภาษี หรือการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัทคริปโต

อย่างไรก็ตาม การมีอิทธิพลทางการเมืองของอุตสาหกรรมคริปโตก็อาจนำมาซึ่งข้อกังวลเกี่ยวกับการควบคุมของกลุ่มผลประโยชน์พิเศษ และความเสี่ยงที่กฎหมายอาจถูกกำหนดขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริจาครายใหญ่มากกว่าผลประโยชน์สาธารณะ

ดังนั้น การติดตามการเคลื่อนไหวของ PAC คริปโต และการใช้จ่ายเงินเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

แม้ว่าข่าวนี้จะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีผลกระทบต่อนักลงทุนไทยในหลายมิติ:

  1. ความมั่นใจในตลาดโลก: การที่อุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ สามารถระดมทุนและสร้างอิทธิพลทางการเมืองได้ สะท้อนถึงการเติบโตและความชอบธรรมของอุตสาหกรรมในระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวม
  2. ทิศทางกฎหมายสากล: กฎหมายและกฎระเบียบที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ มักจะส่งผลกระทบต่อแนวทางปฏิบัติและการพัฒนาของกฎหมายคริปโตในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย การมีกฎระเบียบที่ชัดเจนในสหรัฐฯ อาจเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับนักลงทุนไทย
  3. เสถียรภาพของสินทรัพย์: หากการล็อบบี้นำไปสู่กฎหมายที่มั่นคงและชัดเจน จะช่วยลดความผันผวนและความไม่แน่นอนของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนระยะยาวของนักลงทุนไทย
  4. โอกาสในการลงทุน: การเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ อาจนำมาซึ่งนวัตกรรมและโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ที่นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงได้

การเคลื่อนไหวของ PAC คริปโต ในสหรัฐฯ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนไทยควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะมันไม่เพียงแต่กำหนดทิศทางของตลาดคริปโตในอเมริกาเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ในเวทีโลกอีกด้วย

อ้างอิง: CoinTelegraph

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *