MicroStrategy และ BlackRock แข่งขันสะสม Bitcoin เพื่อเป้าหมาย 1 ล้านเหรียญ

MicroStrategy Bitcoin: เส้นทางสู่การครอบครอง 1 ล้านเหรียญ

การแข่งขันในโลกคริปโตเคอร์เรนซีทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ของเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการสะสม Bitcoin อีกด้วย ในขณะที่ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่กำลังไล่ตามอย่างใกล้ชิด มีบริษัทหนึ่งที่อาจจะไปถึงเป้าหมายการครอบครอง Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญได้ก่อน นั่นคือ MicroStrategy (STRC) บริษัทซอฟต์แวร์ที่กลายเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก

บทความนี้จะเจาะลึกถึงความเป็นไปได้ที่ MicroStrategy จะแซงหน้า BlackRock ในการสะสม Bitcoin รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ MicroStrategy และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนักลงทุน

STRC คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในโลก Bitcoin

MicroStrategy เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทนี้โดดเด่นคือการตัดสินใจครั้งสำคัญในปี 2020 ที่จะนำเงินทุนสำรองของบริษัทมาลงทุนใน Bitcoin

การเคลื่อนไหวนี้ได้รับการผลักดันจาก Michael Saylor อดีต CEO ของ MicroStrategy ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน Bitcoin ตัวยง Saylor มองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินสด โดยเฉพาะในสภาวะที่เงินเฟ้อสูง

นับตั้งแต่นั้นมา MicroStrategy ได้ทยอยซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันกลายเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก หากใครสนใจเรื่องการลงทุนของ Strategy ก่อนหน้านี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Strive ทุ่ม $50 ล้านให้ Strategy ลงทุน Bitcoin เพิ่ม ดันปันผล SATA

ปริมาณการซื้อขายที่น่าทึ่งของ STRC

ตามรายงานจาก CoinTelegraph ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของ STRC บ่งชี้ถึงกำลังซื้อ Bitcoin ประมาณ 1,940 BTC ต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ขุดได้ใหม่ถึงสี่เท่า

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ MicroStrategy ในการสะสม Bitcoin และความสามารถในการทำเช่นนั้นได้อย่างรวดเร็ว

BlackRock ไล่ตามอย่างใกล้ชิด

BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ให้ความสนใจใน Bitcoin เช่นกัน โดยได้เปิดตัวกองทุน Bitcoin ETF (Exchange Traded Fund) ที่ชื่อว่า iShares Bitcoin Trust (IBIT) ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน

กองทุน IBIT ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้โดยไม่ต้องถือครอง Bitcoin โดยตรง ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยกว่าสำหรับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย

ถึงแม้ว่า BlackRock จะมีขนาดใหญ่กว่า MicroStrategy มาก แต่ MicroStrategy ก็มีความได้เปรียบในแง่ของความเร็วในการสะสม Bitcoin เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นไปที่ Bitcoin อย่างเต็มที่ ในขณะที่ BlackRock มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) จำนวนมาก และ Bitcoin เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของพอร์ตการลงทุน

ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

การแข่งขันระหว่าง MicroStrategy และ BlackRock ในการสะสม Bitcoin มีผลกระทบต่อนักลงทุนไทยในหลายด้าน:

  • ความเชื่อมั่นใน Bitcoin: การที่บริษัทขนาดใหญ่ให้ความสนใจใน Bitcoin เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในระยะยาว
  • ราคา Bitcoin: การสะสม Bitcoin ของ MicroStrategy และ BlackRock อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin สูงขึ้น เนื่องจากอุปทาน Bitcoin มีจำกัด
  • โอกาสในการลงทุน: นักลงทุนไทยสามารถลงทุนใน Bitcoin ได้โดยตรง หรือผ่านกองทุน Bitcoin ETF เช่น IBIT

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน Bitcoin ซึ่งมีความผันผวนสูง และอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ

“Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงเช่นกัน นักลงทุนควรลงทุนในจำนวนเงินที่พวกเขาสามารถรับความเสี่ยงได้” – ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคริปโต

สรุป

MicroStrategy มีโอกาสที่จะเป็นบริษัทแรกที่ครอบครอง Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญ แซงหน้า BlackRock ได้ ด้วยปริมาณการซื้อขาย Bitcoin ที่สูงและความมุ่งมั่นในการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม BlackRock ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และการแข่งขันระหว่างทั้งสองบริษัทนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคา Bitcoin และความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในอนาคต

สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Bitcoin แต่ควรลงทุนด้วยความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน การติดตามข่าวสารและแนวโน้มในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูล

นอกจากนี้ การทำความเข้าใจเทคโนโลยี Blockchain ที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับ Mastercard ผนึก Binance, PayPal, Ripple บุกตลาด Blockchain Payment เต็มสูบ ที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับเทคโนโลยีนี้ในวงกว้าง

คำเตือน: การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *