Stablecoin แข่งขันด้วยอะไร? จาก Diem สู่ยุคทองของ User Relationship การแข่งขันในตลาด Stablecoin กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นการสร้างเทคโนโลยีที่เหนือกว่า กลายเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้ใช้งาน นี่คือข้อสรุปจากบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง Diem ซึ่งเป็นโครงการ Stablecoin ที่ถูกยกเลิกของ Meta (Facebook เดิม) ตามรายงานจาก CoinDesk ในอดีต หลายคนเชื่อว่าความสำเร็จของ Stablecoin ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนหรือกลไกที่ทำให้ Stablecoin มีเสถียรภาพ แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก การมีช่องทางกระจายเหรียญที่กว้างขวาง และการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้ การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของ Stablecoin แนวคิดเรื่อง “Stablecoin Sandwich” ที่เคยเชื่อกันว่า Stablecoin จะเติบโตได้จากการเป็นตัวกลางระหว่างโลกคริปโตและโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) กำลังหมดความนิยมไป Stablecoin คืออะไร? Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ โดยส่วนใหญ่มักจะตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เพื่อลดความผันผวนที่มักเกิดขึ้นกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เช่น Bitcoin อุปสรรคสำคัญที่ผู้เล่นใหม่ต้องเผชิญคือการขาดช่องทางการกระจายเหรียญ (Distribution) ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น PayPal หรือ Block (Square เดิม) มีความได้เปรียบอย่างมากในการผลักดันการใช้งาน Stablecoin ของตนเอง ความได้เปรียบนี้ไม่ได้มาจากการมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า แต่มาจากการมีเครือข่ายผู้ใช้งานที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับ สถาบันยังเลือก Ethereum! ทำไมบล็อกเชนเร็วกว่าถึงสู้ไม่ได้? ที่ชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายมีความสำคัญมาก ทำไม User Relationship ถึงสำคัญกว่าเทคโนโลยี? การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน (User Relationship) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาด Stablecoin ด้วยเหตุผลหลายประการ: การเข้าถึงผู้ใช้งาน: การมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากทำให้ Stablecoin สามารถถูกนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง ความภักดีต่อแบรนด์: ผู้ใช้งานที่คุ้นเคยและไว้วางใจในแบรนด์อยู่แล้ว มักจะเปิดรับ Stablecoin ที่ออกโดยแบรนด์นั้นๆ มากกว่า ข้อมูลผู้ใช้งาน: การมีข้อมูลผู้ใช้งานช่วยให้ผู้ให้บริการ Stablecoin สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ User Relationship บริษัทหลายแห่งกำลังให้ความสำคัญกับการสร้าง User Relationship เพื่อผลักดันการใช้งาน Stablecoin ของตนเอง: PayPal: ด้วยฐานผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านรายทั่วโลก PayPal มีความได้เปรียบในการผลักดันการใช้งาน PYUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ของตนเอง Block (Square): Block มีระบบ ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทั้ง Cash App และ Square Payments ทำให้สามารถผสานรวม Stablecoin เข้าไปในบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย Circle: Circle ผู้ออกเหรียญ USDC พยายามสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานผ่านการให้ความรู้และการสนับสนุนนักพัฒนา อุปสรรคและความท้าทาย แม้ว่าการสร้าง User Relationship จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็มีความท้าทายหลายประการที่ผู้ให้บริการ Stablecoin ต้องเผชิญ: กฎระเบียบ: กฎระเบียบที่เข้มงวดอาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของ Stablecoin ความปลอดภัย: ความปลอดภัยของ Stablecoin และแพลตฟอร์มที่ให้บริการเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญ การแข่งขัน: ตลาด Stablecoin มีการแข่งขันสูง ผู้ให้บริการต้องสร้างความแตกต่างเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน “The real competitive advantage in stablecoins, the moat that holds competitors at bay, now lies in the distribution held by incumbents,” – อ้างอิงจาก CoinDesk ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย สำหรับนักลงทุนไทย การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของ Stablecoin หมายความว่าควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากเทคโนโลยีในการประเมิน Stablecoin ที่จะลงทุน ควรพิจารณาถึง: ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ: ผู้ให้บริการมีความน่าเชื่อถือและมีประวัติที่ดีหรือไม่? การยอมรับในวงกว้าง: Stablecoin ได้รับการยอมรับและใช้งานในวงกว้างหรือไม่? ความปลอดภัย: Stablecoin มีความปลอดภัยและได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอหรือไม่? นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกฎระเบียบอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและความเสี่ยงของ Stablecoin ได้ การทำความเข้าใจถึงความสำคัญของ User Relationship จะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถตัดสินใจลงทุนใน Stablecoin ได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการ ซื้อ Bitcoin แล้วถือยาว? ข้อมูลชี้ต้อง 3 ปีขึ้นไปถึงรอดขาดทุน หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ โดยสรุปแล้ว ตลาด Stablecoin กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับผู้ใช้งาน ใครที่สามารถเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ใช้งานได้มากกว่า คนนั้นก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในตลาดนี้ Post navigation วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ? กูรูมองความกลัว “อิหร่านปิดกั้นน้ำมัน” ในตลาดคริปโตอาจเกินจริง บริษัทบริหารคลังคริปโตส่อแววควบรวมกิจการในปี 2026: ผู้บริหารชี้