กราฟ Bitcoin ร่วงลงพร้อมสัญญาณอัตรา Funding ติดลบในตลาดคริปโตฟิวเจอร์ส

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญกับแรงกดดันอีกครั้ง เมื่อราคา Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 81,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 79,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง การร่วงลงของ Bitcoin ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความอ่อนไหวของตลาดต่อเหตุการณ์ภายนอก แต่ยังมาพร้อมกับปรากฏการณ์ที่น่าจับตาในตลาดฟิวเจอร์ส นั่นคือ อัตรา Funding ติดลบ ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบทศวรรษ ซึ่งสร้างความกังวลและคำถามมากมายให้กับนักลงทุน

เหตุการณ์ล่าสุดที่กองกำลังสหรัฐฯ ยิงเป้าหมายในอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มักเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางของตลาดการเงิน

สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ฉุด Bitcoin ร่วง

ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีรายงานข่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เหตุการณ์เช่นนี้มักส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก และกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven assets) เช่น ทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาล ในขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีมักได้รับผลกระทบในทางลบ

Bitcoin ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ และเป็นแหล่งหลบภัยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจบางครั้ง กลับแสดงให้เห็นถึงความผันผวนและอ่อนไหวต่อข่าวสารเชิงลบทางภูมิรัฐศาสตร์ การปรับตัวลดลงของราคานี้จึงตอกย้ำว่าแม้ Bitcoin จะมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ แต่ก็ยังคงไม่หลุดพ้นจากอิทธิพลของปัจจัยมหภาค

การปรับฐานของราคา Bitcoin และ Altcoins

จากการรายงานของ CoinDesk ราคา Bitcoin ได้ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 81,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ประมาณ 79,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการปรับฐานที่สำคัญหลังจากช่วงขาขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ การร่วงลงครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในหมู่นักลงทุน และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาด Altcoin โดยเฉพาะเหรียญมีม (Memecoins) ที่มักจะมีความผันผวนสูงกว่า

DOGE หรือ Dogecoin ซึ่งเป็นเหรียญมีมที่มีมูลค่าตลาดสูง ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในกลุ่มเหรียญหลักๆ โดยมีราคาลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนไหวของ DOGE มักเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นและความอยากเสี่ยงของตลาดโดยรวม หาก Memecoins ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง มักบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงและถอนเงินออกจากสินทรัพย์ที่เก็งกำไรสูง

อัตรา Funding ติดลบ: สถิติใหม่ในรอบ 10 ปี บ่งชี้อะไร?

นอกเหนือจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่ากังวลคือสถานการณ์ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **อัตรา Funding ติดลบ** ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 67 ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในรอบทศวรรษ ตามข้อมูลจาก K33 Research สถิตินี้บ่งชี้ถึงมุมมองของตลาดที่น่าสนใจและอาจมีนัยยะสำคัญต่อทิศทางราคาในอนาคต

ทำความเข้าใจ “อัตรา Funding” ในตลาดคริปโตฟิวเจอร์ส

อัตรา Funding หรือ Funding Rate เป็นกลไกสำคัญในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของคริปโตเคอร์เรนซี ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาสมดุลระหว่างราคาของสัญญาฟิวเจอร์สกับราคาตลาดจริง (Spot Price) ของสินทรัพย์นั้น ๆ พูดง่าย ๆ คือ เป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือสัญญาฝั่งหนึ่งต้องจ่ายให้กับผู้ถือสัญญาอีกฝั่งหนึ่งเป็นระยะๆ

เมื่ออัตรา Funding เป็นบวก (Positive Funding Rate) หมายความว่าเทรดเดอร์ฝั่ง Long (ผู้ที่คาดว่าราคาจะสูงขึ้น) จะต้องจ่ายเงินให้กับเทรดเดอร์ฝั่ง Short (ผู้ที่คาดว่าราคาจะลดลง) ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมีมุมมองเชิงบวกและเทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังเปิดสถานะ Long เพื่อเก็งกำไรขาขึ้น

แต่ในทางกลับกัน เมื่อ อัตรา Funding ติดลบ (Negative Funding Rate) หมายความว่าเทรดเดอร์ฝั่ง Short ต่างหากที่ต้องจ่ายเงินให้กับเทรดเดอร์ฝั่ง Long ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าตลาดมีมุมมองเชิงลบอย่างรุนแรง และเทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังเดิมพันกับการลดลงของราคา โดยยอมจ่ายเงินเพื่อรักษาสถานะ Short ของตนไว้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เรากำลังเห็นอยู่ในปัจจุบัน และเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง

  • แรงกดดันขาลงที่รุนแรง: การที่อัตรา Funding ติดลบต่อเนื่องยาวนาน แสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์จำนวนมากเชื่อว่าราคาจะลดลงอีกและยอมจ่ายเงินเพื่อถือสถานะ Short
  • ความเชื่อมั่นที่ตกต่ำ: สภาวะนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างมากในตลาด และอาจนำไปสู่การเทขายที่มากขึ้นหากไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุน
  • โอกาสในการเกิด Short Squeeze: แม้จะดูเป็นสัญญาณขาลง แต่การที่สถานะ Short เปิดค้างไว้จำนวนมาก อาจนำไปสู่การเกิด Short Squeeze ได้ หากมีข่าวดีหรือแรงซื้อเข้ามาอย่างกะทันหัน ซึ่งจะทำให้ราคาดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว
  • สภาพคล่องที่ลดลง: ในระยะยาว หากความเชื่อมั่นยังคงตกต่ำ สภาพคล่องในตลาดฟิวเจอร์สอาจลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคามีความผันผวนสูงขึ้น

“นักวิเคราะห์จาก K33 Research ชี้ว่า ‘การที่อัตรา Funding ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นเวลา 67 วัน ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดฟิวเจอร์สคริปโตกำลังอยู่ในภาวะที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงลบอย่างมาก และยอมจ่ายเงินเพื่อเดิมพันกับการลดลงของราคา นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่อาจนำไปสู่การสะสมแรงซื้อในระยะยาว หรืออาจเป็นสัญญาณของความอ่อนแอที่ยังไม่สิ้นสุด'”

สถานการณ์อัตรา Funding ที่ติดลบต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงทิศทางของตลาดในอนาคต ซึ่งคล้ายกับคำถามที่เคยเกิดขึ้นกับบทความ อัตรา Funding Bitcoin ติดลบ: สัญญาณกระทิงที่ถูกมองข้าม? ที่เคยวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่สัญญาณนี้อาจนำไปสู่การกลับตัว

DOGE นำตลาด Altcoin ร่วงหนักสุด

ในขณะที่ Bitcoin ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและ Sentiment เชิงลบในตลาดฟิวเจอร์ส ตลาด Altcoin ก็หนีไม่พ้นแรงกดดันนี้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญที่มีความผันผวนสูงอย่าง Dogecoin (DOGE) ซึ่งมีรายงานว่าราคาปรับตัวลดลงมากที่สุดในกลุ่มเหรียญหลักๆ

เหรียญมีมอย่าง DOGE มักจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วงที่ตลาดเกิดความไม่แน่นอน เนื่องจากนักลงทุนมักจะลดความเสี่ยงโดยการถอนเงินออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ความอ่อนไหวของ DOGE ต่อข่าวสารและอารมณ์ตลาด ทำให้มันเป็นตัวชี้วัดที่ดีสำหรับความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาด Altcoin หาก DOGE และเหรียญมีมอื่นๆ เริ่มฟื้นตัว อาจเป็นสัญญาณแรกๆ ว่านักลงทุนพร้อมกลับมาเสี่ยงอีกครั้ง

แม้ว่า Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ แต่ก็ยังคงมีแรงหนุนจากปัจจัยอื่น ๆ เช่นเดียวกับที่เคยมีการวิเคราะห์ในบทความ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 80,000 ดอลล์! แต่ ETF Bitcoin ทะลัก 1.1 พันล้านหนุนต้านแรงขาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของตลาดที่ไม่ได้มีเพียงปัจจัยเดียว

ผลกระทบและข้อคิดสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การที่ Bitcoin ร่วงสู่ระดับ 79,000 ดอลลาร์ และสถานการณ์ อัตรา Funding ติดลบ เป็นประวัติการณ์นี้ ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาในการตัดสินใจลงทุน

ประการแรก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และมักสร้างความผันผวนให้กับตลาด นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุนของตนเอง การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับคริปโตเคอร์เรนซีต่ำ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดผลกระทบได้

ประการที่สอง การที่อัตรา Funding ติดลบอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า Sentiment โดยรวมของตลาดในระยะสั้นยังคงเป็นเชิงลบ นักลงทุนที่เทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าควรระมัดระวังในการเปิดสถานะ Long และควรพิจารณาถึงความเสี่ยงของการชำระบัญชี (Liquidation) ที่อาจเกิดขึ้นได้ หากราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจกลไกของตลาดฟิวเจอร์สเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ประการที่สาม แม้ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงขาลง แต่อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มองหาการสะสมสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเข้าซื้อควรมาจากการวิเคราะห์ที่รอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินใจจากอารมณ์ตลาด หรือการไล่ตามราคาที่กำลังร่วงลง

สรุปได้ว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทาย ทั้งจากปัจจัยภายนอกและสัญญาณภายในตลาด การที่ Bitcoin ร่วง และอัตรา Funding ติดลบทำสถิติ 10 ปี เป็นเครื่องเตือนใจให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวัง ศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีวินัย เพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ผันผวนนี้ไปได้อย่างมั่นคง

ข้อมูลจาก CoinDesk

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *