ในโลกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงนั้น คำทำนายจากผู้คร่ำหวอดในวงการมักเป็นที่จับตาของนักลงทุนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมาจากผู้ที่ได้รับฉายาว่า ‘Crypto Godfather’ อย่าง Dan Held นักลงทุน Bitcoin ยุคแรกและผู้เขียนหนังสือ Bitcoin Supercycle ล่าสุด เขาได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่อาจสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน โดยเชื่อว่า ราคา Bitcoin ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดของวัฏจักร และการทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High หรือ ATH) ภายในปี 2026 นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มุมมองนี้ถูกเผยแพร่ผ่านการรายงานของ CoinDesk ซึ่งเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในวงการคริปโต Held คาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin จำเป็นต้องร่วงลงไปแตะระดับประมาณ 57,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นนี้ก็มีนักวิเคราะห์ตลาดบางรายที่ไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดการถกเถียงและมุมมองที่หลากหลายในชุมชนคริปโต มุมมอง “Crypto Godfather” กับอนาคตราคา Bitcoin Dan Held เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโต เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นศักยภาพของ Bitcoin ตั้งแต่เริ่มต้นและได้ลงทุนในช่วงที่หลายคนยังไม่รู้จักสกุลเงินดิจิทัลนี้ ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในวัฏจักรของ Bitcoin ทำให้คำพูดของเขามักมีน้ำหนักและสร้างผลกระทบต่อตลาดได้ “ผมเชื่อว่า Bitcoin ยังไม่ได้แตะจุดต่ำสุดในวัฏจักรปัจจุบัน และการคาดหวังว่าจะมี All-Time High ใหม่ภายในปี 2026 นั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย” Held กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ CoinDesk เขายังได้ย้ำถึงความจำเป็นที่ ราคา Bitcoin จะต้องมีการปรับฐานที่รุนแรงอีกครั้งก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน การทำนายนี้สวนทางกับความหวังของนักลงทุนจำนวนมากที่คาดหวังว่า Bitcoin จะสามารถพุ่งขึ้นทำ ATH ใหม่ได้ในไม่ช้านี้ หลังจากเหตุการณ์ Halving ล่าสุด เหตุใด Dan Held จึงเชื่อว่าจุดต่ำสุดยังมาไม่ถึง? Dan Held อ้างอิงจากแบบจำลองและทฤษฎี Supercycle ของเขา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าวัฏจักรของ Bitcoin มักจะมีการปรับฐานที่ลึกและยาวนานกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังช่วง Halving ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่อุปทานใหม่ของ Bitcoin ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง การปรับฐานตามวัฏจักร: Held ชี้ว่าในอดีต Bitcoin มักจะมีการปรับฐานที่สำคัญหลังจากช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง สภาพตลาดปัจจุบัน: แม้ว่าจะมีข่าวดีหลายอย่าง เช่น การอนุมัติ Bitcoin ETF แต่ตลาดก็ยังคงเผชิญกับปัจจัยมหภาคที่กดดัน ราคาเป้าหมาย $57,000: การคาดการณ์ที่ระดับ 57,000 ดอลลาร์ฯ ในเดือนตุลาคมนั้นอาจเป็นจุดที่เขาเชื่อว่าตลาดจะ ‘ล้าง’ นักลงทุนที่อ่อนแอออกไป ก่อนจะเริ่มสร้างฐานสำหรับการขึ้นรอบใหม่ หากมุมมองของ Held เป็นจริง นักลงทุนอาจต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนและช่วงเวลาที่ท้าทายอีกครั้งก่อนที่ ราคา Bitcoin จะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับบทวิเคราะห์เกี่ยวกับความผันผวนของตลาดในบางช่วงเวลา เช่น บทความเรื่อง ราคา Bitcoin หลุด $77K: วัวกระทิงสู้ศึกพลิกเทรนด์ตลาด เสียงค้านจากนักวิเคราะห์ตลาด: อีกมุมมองที่แตกต่าง แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับมุมมองของ Dan Held นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนยังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะทำ ATH ใหม่ได้ภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชื่อในรายงานของ CoinDesk แสดงความเห็นว่า ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin ในปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าในอดีตมาก “ด้วยการเข้ามาของสถาบันและ Bitcoin ETF ทำให้มีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การคาดการณ์การร่วงลงอย่างรุนแรงอาจไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน” นักวิเคราะห์กล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลการสะสมของวาฬ Bitcoin ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน ดังที่เคยมีการวิเคราะห์ใน วาฬ Bitcoin สะสมสูงสุดใน 5 เดือน: ราคา BTC มุ่งสู่ $80K ได้จริงหรือ? ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ยังคงมองเห็นโอกาสในระยะยาว ปัจจัยมหภาคที่มีอิทธิพลต่อราคา Bitcoin นอกเหนือจากปัจจัยภายในของตลาดคริปโตแล้ว ราคา Bitcoin ยังคงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Federal Reserve ของสหรัฐฯ มีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องในตลาดและแนวโน้มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เงินเฟ้อ: Bitcoin มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกัน หากเงินเฟ้อยังคงสูงและส่งผลให้มีการขึ้นดอกเบี้ย ก็อาจเป็นปัจจัยกดดันได้ เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศและสงครามสามารถส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลก การกำกับดูแล: กฎระเบียบที่ชัดเจนจากภาครัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบัน แต่ในทางกลับกัน ข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไปก็อาจเป็นอุปสรรคได้ การวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนในการประเมินความเสี่ยงและโอกาส อย่างเช่นบทความที่เคยวิเคราะห์เป้าหมายที่ $82K ใน ราคา Bitcoin อาจพุ่งสู่ $82K: 3 สัญญาณสำคัญชี้เทรนด์ขาขึ้น สรุปผลกระทบต่อตลาดคริปโตและนักลงทุนไทย มุมมองที่แตกต่างกันของ Dan Held และนักวิเคราะห์อื่น ๆ ตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ใน ตลาดคริปโต สำหรับนักลงทุนไทย การทำความเข้าใจในมุมมองเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการวางกลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน: อย่าเชื่อในคำทำนายใดคำทำนายหนึ่งเพียงอย่างเดียว ควรศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งและวิเคราะห์ด้วยตนเอง กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป การกระจายการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีตัวอื่น ๆ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เช่น หุ้น หรือทองคำ อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ ลงทุนระยะยาว: สำหรับ Bitcoin ที่มีประวัติการเติบโตในระยะยาว การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) และถือครองในระยะยาวอาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกว่าการพยายามจับจังหวะตลาด บริหารความเสี่ยง: กำหนดจุดหยุดขาดทุน (Stop-Loss) และจุดทำกำไร (Take-Profit) ที่ชัดเจน เพื่อควบคุมความเสี่ยงและผลตอบแทน ไม่ว่า ราคา Bitcoin จะร่วงลงไปแตะ 57,000 ดอลลาร์ฯ ตามที่ Held คาดการณ์ หรือจะพุ่งทะยานทำ ATH ใหม่ตามที่นักวิเคราะห์บางรายเชื่อมั่น สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ตลาดคริปโตยังคงเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย นักลงทุนที่เตรียมพร้อมด้วยความรู้และกลยุทธ์ที่ดีเท่านั้นที่จะสามารถรับมือกับความผันผวนและคว้าโอกาสในระยะยาวได้ Post navigation พันธมิตรคริปโตเร่งช่วยผู้ใช้ Aave จากวิกฤต rsETH Galaxy Digital ขาดทุน 216 ล้านดอลลาร์: ตลาดคริปโตผันผวนกระทบยักษ์ใหญ่