Bitcoin อาจเกิด Short Squeeze ดันราคาขึ้นเหนือ 70,000 ดอลลาร์ สถานการณ์ตลาด Bitcoin (BTC) ในปัจจุบันกำลังน่าสนใจอย่างมาก แม้ว่าราคาจะยังคงอยู่ในช่วง Sideway แต่ข้อมูลบางอย่างชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์ Short Squeeze ซึ่งอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้ โดยสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นไปได้นี้คือ Funding Rate ที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง Funding Rate คืออะไร? อธิบายง่ายๆ คือค่าธรรมเนียมที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายหรือได้รับจากการถือสถานะ Long (ซื้อ) หรือ Short (ขาย) ในตลาด Futures หาก Funding Rate เป็นบวก หมายความว่านักเทรดที่เปิดสถานะ Long จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับนักเทรดที่เปิดสถานะ Short ในทางกลับกัน หาก Funding Rate เป็นลบ นักเทรดที่เปิดสถานะ Short จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับนักเทรดที่เปิดสถานะ Long เมื่อ Funding Rate ติดลบ แสดงว่ามีนักเทรดจำนวนมากที่เปิดสถานะ Short (เดิมพันว่าราคาจะลง) มากกว่านักเทรดที่เปิดสถานะ Long (เดิมพันว่าราคาจะขึ้น) ภาวะนี้เองที่อาจนำไปสู่ Bitcoin Short Squeeze ได้ ทำไม Funding Rate ติดลบถึงเป็นสัญญาณ Short Squeeze? เมื่อ Funding Rate ติดลบเป็นเวลานาน นักเทรดที่เปิดสถานะ Short จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะบีบให้พวกเขาต้องปิดสถานะ Short (Short Covering) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย การ Short Covering จำนวนมากจะสร้างแรงซื้อในตลาด ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะกระตุ้นให้นักเทรดที่เปิดสถานะ Short รายอื่นๆ ต้อง Short Covering ตามไปด้วย ก่อให้เกิดเป็น Short Squeeze อย่างรุนแรง จากข้อมูลของ CoinTelegraph พบว่า Funding Rate ของ Bitcoin ได้ติดลบอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการสะสมของสถานะ Short จำนวนมากในตลาด นอกจากนี้ Open Interest (OI) หรือปริมาณสัญญาคงค้างในตลาด Futures ของ Bitcoin ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงซื้อขายในตลาดส่วนใหญ่มาจากการ Short Covering มากกว่าการเปิดสถานะ Long ใหม่ ปัจจัยอื่นๆ ที่อาจสนับสนุน Bitcoin Short Squeeze ข่าวเชิงบวก: หากมีข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับ Bitcoin หรือตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมออกมา เช่น การอนุมัติ Bitcoin ETF เพิ่มเติม หรือการยอมรับ Bitcoin ในวงกว้างมากขึ้น ข่าวเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด Short Squeeze ได้ การลดลงของ Supply: เหตุการณ์ Bitcoin Halving ที่เกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี จะลดปริมาณ Bitcoin ที่ถูกขุดใหม่ลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลให้ Supply ของ Bitcoin ลดลง และราคาปรับตัวสูงขึ้นได้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้น: ความต้องการ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย อาจเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นได้ ระดับราคาที่ต้องจับตา หากเกิด Bitcoin Short Squeeze จริง ระดับราคาที่นักลงทุนควรจับตาคือ: 70,000 ดอลลาร์: เป็นแนวต้านจิตวิทยาที่สำคัญ หากราคา Bitcoin สามารถทะลุผ่านระดับนี้ไปได้ อาจมีแรงซื้อตามเข้ามาอีกมาก 73,777 ดอลลาร์: เป็นจุดสูงสุดเดิมที่ Bitcoin เคยทำไว้ หากราคา Bitcoin สามารถทำลายสถิติเดิมได้ อาจเป็นสัญญาณของการเริ่มต้น Bull Run รอบใหม่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระลึกเสมอว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง และการลงทุนมีความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ “ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน” – นักวิเคราะห์จาก CoinTelegraph นอกจากสถานการณ์ Short Squeeze ที่อาจเกิดขึ้นแล้ว นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการอื่นๆ ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างใกล้ชิด Bitcoin ส่อแววขาลง? หรือไม่นั้น ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณาประกอบกัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน Bitcoin ETF สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ นักลงทุนปริศนาฮ่องกงทุ่ม 436 ล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ETF ของ BlackRock ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย หากเกิด Bitcoin Short Squeeze จริง นักลงทุนไทยที่ถือ Bitcoin อยู่ อาจได้รับผลประโยชน์จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่เปิดสถานะ Short ในตลาด Futures ของ Bitcoin อาจต้องเผชิญกับความเสียหายจากการ Short Covering ดังนั้น นักลงทุนไทยควรติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยอาจพิจารณาใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงต่างๆ เช่น Stop-Loss Order เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้ โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ Bitcoin Short Squeeze ที่อาจเกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนไทยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ การศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จะช่วยให้นักลงทุนสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาด และคว้าโอกาสในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ Post navigation นักลงทุนปริศนาฮ่องกงทุ่ม 436 ล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ETF ของ BlackRock Bitcoin เตรียมพุ่ง? เงินทุน 7.7 ล้านล้านดอลลาร์รอเข้าตลาด