กราฟแสดงอุปทาน Bitcoin ที่มีกำไรต่ำกว่า 50% บ่งชี้ถึงโอกาสในการสะสม

อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไรต่ำกว่า 50%: สัญญาณสะสมครั้งใหญ่หรือไม่?

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ (Bitcoin Supply in Profit) ได้ลดลงต่ำกว่าระดับ 50% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ในอดีตเคยเชื่อมโยงกับช่วงการสะสม Bitcoin ครั้งสำคัญ และนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของราคาอย่างมหาศาล คำถามที่นักลงทุนหลายคนกำลังใคร่ครวญคือ ข้อมูลนี้กำลังส่งสัญญาณถึงผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันอีกครั้งหรือไม่? บทความนี้จะเจาะลึกถึงความหมายของตัวชี้วัดนี้และสิ่งที่นักลงทุนควรพิจารณา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก CoinTelegraph.

ทำความเข้าใจ ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ คืออะไร?

‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ คือเปอร์เซ็นต์ของจำนวน Bitcoin ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ ณ ปัจจุบัน ซึ่งผู้ถือครองกำลังอยู่ในสถานะทำกำไร กล่าวคือ ราคาที่พวกเขาซื้อ Bitcoin มานั้นต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

ตัวชี้วัดนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเชื่อมั่นและพฤติกรรมของนักลงทุนในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปอร์เซ็นต์นี้ลดต่ำลง มันมักบ่งชี้ว่านักลงทุนจำนวนมากกำลังเผชิญกับการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized losses) หรืออยู่ในสภาวะที่ราคา Bitcoin ใกล้เคียงกับต้นทุนเฉลี่ยของพวกเขา

ความสำคัญของเกณฑ์ 50%

ระดับ 50% ถือเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับตัวชี้วัดนี้ เนื่องจากในอดีต การที่อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไรลดลงต่ำกว่าระดับนี้ มักจะตรงกับช่วงที่ตลาดเข้าสู่จุดต่ำสุด (market bottom) หรืออยู่ในช่วงของการสะสมครั้งใหญ่จากนักลงทุนระยะยาว

เมื่อผู้ถือครองส่วนใหญ่ไม่ทำกำไรหรือไม่ขาดทุนมากนัก มักเป็นสัญญาณว่านักลงทุนที่อ่อนแอได้ออกจากตลาดไปแล้ว และนักลงทุนที่แข็งแกร่งกำลังเริ่มสะสม Bitcoin ในราคาที่ต่ำลง

ประวัติศาสตร์บอกอะไรเราบ้าง? บทเรียนจากปี 2018-2019

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2018 ถึงต้นปี 2019 เป็นครั้งสุดท้ายที่ ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ ลดลงต่ำกว่า 50% ในขณะนั้น Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงปลายของตลาดหมีครั้งใหญ่ โดยราคาได้ร่วงลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุด

หลังจากที่ตัวชี้วัดนี้แตะระดับ 49.9% ในเดือนธันวาคม 2018 และยืนอยู่ใต้ 50% ไปอีกระยะหนึ่ง ตลาด Bitcoin ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงการสะสมอย่างเงียบๆ และหลังจากนั้น ราคา Bitcoin ได้พุ่งขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 655% ในช่วง 15 เดือนถัดมา

“การที่ตัวชี้วัด ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ ต่ำกว่า 50% ในอดีตได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นช่วงเวลาทองของการสะสม Bitcoin การทำความเข้าใจพฤติกรรมนี้จะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสในภาวะตลาดที่อาจดูเหมือนไม่สดใสนัก”

— นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต

พฤติกรรมของนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders)

ในช่วงเวลาดังกล่าว นักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders หรือ LTHs) มักจะใช้โอกาสที่ราคาลดลงเพื่อสะสม Bitcoin เพิ่มเติม พวกเขามองว่านี่คือโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในระยะยาว

  • การสะสมในตลาดหมี: LTHs มักจะซื้อเพิ่มเมื่อราคาตกต่ำ
  • ลดแรงขาย: ผู้ถือครองระยะสั้นที่ทำกำไรได้น้อยหรือขาดทุนจะลดแรงขาย
  • สภาพคล่องที่ลดลง: จำนวน Bitcoin ที่พร้อมขายในตลาดจะลดลง ส่งผลให้ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นเมื่อความต้องการกลับมา
  • สร้างฐานราคาใหม่: ช่วงเวลานี้เป็นการสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งก่อนการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่

ซึ่งพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิดการสะสมในตลาดหมี ดังที่เคยมีการวิเคราะห์ในบทความ Bitcoin ในช่วงปลายตลาดหมี: โอกาสสะสมหรือยังต้องระวัง?

สถานการณ์ปัจจุบันของ Bitcoin และปัจจัยขับเคลื่อน

การที่ ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ กลับมาลดลงต่ำกว่า 50% อีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitcoin ประสบกับการปรับฐานราคาครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำกำไร (profit-taking) ของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปีที่แล้วและการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ

ปัจจัยหลายอย่างกำลังส่งผลต่อตลาด Bitcoin ในปัจจุบัน:

  1. การไหลออกของเงินจาก Spot ETF: แม้ว่า ETF จะนำเงินทุนใหม่เข้ามาในตลาด แต่ก็มีการไหลออกในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะจาก Grayscale Bitcoin Trust (GBTC)
  2. ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค: อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
  3. การสะสมของวาฬและสถาบัน: แม้จะมีการปรับฐาน แต่ก็ยังคงเห็นการสะสมของนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครอง Bitcoin ของบริษัทในบทความ MicroStrategy คือผู้ซื้อรายใหญ่! การถือครอง Bitcoin ของบริษัท)
  4. เหตุการณ์ Halving ที่กำลังจะมาถึง: การ Halving ที่จะลดอุปทาน Bitcoin ใหม่เข้าสู่ตลาดลงครึ่งหนึ่ง มักจะเป็นตัวเร่งให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ก็คาดการณ์ถึงผลกระทบในเชิงบวกนี้

ข้อควรพิจารณาและความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน

แม้ว่าประวัติศาสตร์จะชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่น่าสนใจ แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องจำไว้คือ ประสิทธิภาพในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต สถานการณ์ปัจจุบันของตลาดและเศรษฐกิจโลกมีความแตกต่างจากปี 2018-2019 อย่างมาก

นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้:

  • ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค: ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่, นโยบายการเงินของธนาคารกลาง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดโดยรวม รวมถึง Bitcoin
  • สภาพคล่องที่แตกต่างกัน: ตลาดคริปโตในปัจจุบันมีสภาพคล่องและผู้เล่นที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงสถาบันขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้พฤติกรรมราคาไม่เหมือนเดิมทั้งหมด
  • การวิเคราะห์เชิงลึก: ควรพิจารณาตัวชี้วัดอื่นๆ ประกอบ เช่น อัตราการระดมทุน (funding rates), อัตราส่วน MVRV และปริมาณการซื้อขาย เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์เพียงตัวชี้วัดเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลหลากหลายด้านอย่างรอบคอบ ดังที่เห็นในบทความ ราคา Bitcoin เหนือ 70,000 ดอลลาร์: TradFi กลับมา แต่ความเสี่ยงทั่วโลกยังคงฉุดรั้ง ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงทั่วโลกที่ยังคงมีอยู่

บทสรุปและผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

การที่ ‘อุปทาน Bitcoin ที่มีกำไร’ ลดลงต่ำกว่า 50% อีกครั้ง เป็นสัญญาณที่น่าสนใจที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก และเป็นตัวชี้วัดที่เคยนำไปสู่การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ ราคา Bitcoin ในอดีต

สำหรับนักลงทุนไทย นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบ หากคุณเป็นนักลงทุนที่มีมุมมองระยะยาว นี่อาจเป็นโอกาสในการสะสม Bitcoin ในราคาที่น่าสนใจ แต่การตัดสินใจทุกครั้งควรอยู่บนพื้นฐานของการศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนไทย:

  1. ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม: ทำความเข้าใจตัวชี้วัดต่างๆ ของตลาดคริปโตอย่างลึกซึ้ง
  2. กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป
  3. พิจารณาสภาพคล่อง: ตรวจสอบสภาพคล่องของตลาดและแพลตฟอร์มที่คุณใช้
  4. ติดตามข่าวสาร: เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและข่าวสารเกี่ยวกับ Bitcoin อย่างใกล้ชิด
  5. ลงทุนด้วยเงินเย็น: ใช้เงินที่พร้อมจะเสียได้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเงินส่วนตัวหากเกิดความผันผวน

สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ การลงทุนใน Bitcoin ยังคงมีความผันผวนสูง การตัดสินใจด้วยความรอบคอบและมีวินัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด.

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *