อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Boris Johnson ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin โดยกล่าวว่าเป็น ‘แชร์ลูกโซ่’ (Ponzi scheme) สร้างความตกตะลึงให้กับวงการคริปโตเคอร์เรนซี การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่ง Johnson แสดงความไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงลงทุนใน Bitcoin แทนที่จะเป็นสินทรัพย์อย่างทองคำหรือการ์ดโปเกมอน บทความนี้จะเจาะลึกถึงเหตุผลเบื้องหลังคำวิจารณ์ของ Johnson และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดคริปโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนชาวไทย Boris Johnson กับมุมมองต่อ Bitcoin Boris Johnson ได้แสดงความสงสัยเกี่ยวกับ Bitcoin อย่างชัดเจน โดยกล่าวว่าเขาเข้าใจถึงความน่าดึงดูดของการลงทุนในทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่และได้รับการยอมรับมานาน หรือแม้แต่การ์ดโปเกมอนซึ่งมีคุณค่าทางใจและเป็นของสะสม แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงลงทุนใน Bitcoin ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น ‘กลโกง’ “ผมเข้าใจว่าทำไมคนถึงอยากลงทุนในทองคำ หรือแม้แต่การ์ดโปเกมอน แต่ Bitcoin มันเป็นแค่แชร์ลูกโซ่!” – Boris Johnson คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความกังวลที่หลายคนมีต่อคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงและไม่มีมูลค่าที่แท้จริงรองรับ ทำไม Bitcoin ถึงถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่? คำว่า ‘แชร์ลูกโซ่’ มักถูกใช้เพื่ออธิบายรูปแบบการลงทุนที่ผลตอบแทนของผู้ลงทุนรายแรกๆ มาจากเงินของผู้ลงทุนรายใหม่ๆ ที่เข้ามาภายหลัง ซึ่งในที่สุดก็จะล่มสลายเมื่อไม่มีผู้ลงทุนใหม่เข้ามาอีกต่อไป หลายคนมองว่า Bitcoin มีลักษณะคล้ายกับแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากราคาของมันขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ (demand) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามา ราคาของ Bitcoin ก็อาจจะลดลงอย่างมาก ความผันผวนสูง: ราคา Bitcoin มีความผันผวนสูงมาก ทำให้ยากที่จะประเมินมูลค่าที่แท้จริง การเก็งกำไร: ผู้คนส่วนใหญ่มักซื้อ Bitcoin ด้วยความหวังว่าจะขายได้ในราคาที่สูงขึ้น ไม่ได้มองว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวมันเอง ขาดการกำกับดูแล: ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ยังขาดการกำกับดูแล ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการหลอกลวงและการปั่นราคา ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและนักลงทุนไทย คำวิจารณ์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง Boris Johnson อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนรายย่อยที่อาจยังไม่มีความเข้าใจใน Bitcoin มากนัก นอกจากนี้ ความเห็นของ Johnson อาจกระตุ้นให้หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต่างๆ หันมาพิจารณาคริปโตเคอร์เรนซีอย่างละเอียดมากขึ้น และอาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดคริปโตได้ ซึ่งสอดคล้องกับ คริปโตฯ สู้ภัยฟอกเงินได้! ไม่กระทบอิสระทางการเงิน ที่กล่าวถึงความสำคัญของการกำกับดูแลที่เหมาะสม สิ่งที่นักลงทุนไทยควรพิจารณา สำหรับนักลงทุนชาวไทย สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน ควรทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงพิจารณาว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่ นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการในวงการคริปโตเคอร์เรนซีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับตัวและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การทำความเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลัง Bitcoin และการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน หากคุณสนใจเรื่องนี้ อาจสนใจบทความ Boris Johnson มอง Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่ Michael Saylor โต้แย้ง ที่ให้มุมมองโต้แย้งจากผู้สนับสนุน Bitcoin สรุป: มุมมองที่แตกต่างและความเสี่ยงที่ต้องระวัง คำวิจารณ์ของ Boris Johnson ที่มีต่อ Bitcoin สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันในวงกว้างเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี แม้ว่าจะมีผู้ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ก็มีผู้ที่ยังคงมองว่ามันเป็นเพียงการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับนักลงทุนไทย การตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเห็นของบุคคลสำคัญ และการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและลงทุนอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ที่มา: CoinTelegraph Post navigation Boris Johnson มอง Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่ Michael Saylor โต้แย้ง Bitcoin เหนือหุ้น! MicroStrategy แย้มแผนทุ่ม $776 ล้านดอลลาร์ซื้อเพิ่ม