Boris Johnson และ Michael Saylor ถกเถียงเรื่อง Bitcoin

อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Boris Johnson ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin โดยกล่าวว่าเป็นเหมือน “แชร์ลูกโซ่” ทำให้เกิดการโต้ตอบจากบุคคลสำคัญในวงการคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึง Michael Saylor ผู้สนับสนุน Bitcoin ตัวยง ข่าวนี้สร้างความฮือฮาในโลกการเงินดิจิทัล และจุดประกายให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและอนาคตของ Bitcoin

Michael Saylor โต้แย้งข้อกล่าวหา Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่

Michael Saylor อดีต CEO ของ MicroStrategy ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาของ Boris Johnson โดยชี้ให้เห็นว่า Bitcoin แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่อย่างสิ้นเชิง

Bitcoin ไม่มีผู้ออก ไม่มีผู้ส่งเสริม และไม่มีการรับประกันผลตอบแทน แต่ขับเคลื่อนด้วยโค้ดและอุปสงค์ของตลาด” Saylor กล่าว

เขายังเน้นย้ำว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (Decentralized) ซึ่งแตกต่างจากระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่มีตัวกลางควบคุม

คำกล่าวของ Saylor ได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่อยู่ในวงการคริปโตหลายรายที่มองว่า Bitcoin เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

แชร์ลูกโซ่คืออะไร? ทำไม Bitcoin ถึงไม่ใช่

แชร์ลูกโซ่ (Ponzi scheme) คือการหลอกลวงที่ผู้ลงทุนรุ่นแรกได้รับผลตอบแทนจากเงินของผู้ลงทุนรุ่นหลัง ไม่ใช่จากผลกำไรที่แท้จริงของธุรกิจ เมื่อไม่มีผู้ลงทุนใหม่เข้ามา เงินก็จะหมด และระบบก็จะล่มสลายในที่สุด

Bitcoin แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่อย่างชัดเจน เพราะ:

  • ไม่มีผู้ออกหรือผู้ควบคุม: Bitcoin เป็นระบบกระจายอำนาจ ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือควบคุมแต่เพียงผู้เดียว
  • อุปทานจำกัด: มี Bitcoin เพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ทำให้มันเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด (Scarce asset)
  • ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทาน: ราคาของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อและความพร้อมในการขายในตลาด

อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน Bitcoin ก็มีความเสี่ยง เช่น ความผันผวนของราคา และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

ทำไม Boris Johnson ถึงออกมาวิจารณ์ Bitcoin?

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้ Boris Johnson ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin แต่มีความเป็นไปได้หลายอย่าง:

  • ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยง: Johnson อาจกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนรายย่อย
  • การสนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติ: รัฐบาลอังกฤษอาจกำลังพิจารณาออกสกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติ (Central Bank Digital Currency – CBDC) และต้องการลดความนิยมของ Bitcoin
  • ความไม่เข้าใจในเทคโนโลยี: Johnson อาจยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลัง Bitcoin อย่างถ่องแท้

ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร การวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin ของ Johnson แสดงให้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซียังคงเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคม

ซึ่งเรื่องนี้มีความสอดคล้องกับ Bitcoin ผันผวน! เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว เงินเฟ้อสูง นักลงทุนจับตา ที่แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของราคา Bitcoin

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ราคา Bitcoin ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตไม่ได้ตื่นตระหนกกับคำวิจารณ์ของ Johnson มากนัก อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับคริปโตเคอร์เรนซี

มุมมองของนักลงทุนไทยต่อ Bitcoin

สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังในการลงทุนใน Bitcoin มากยิ่งขึ้น แม้ว่า Bitcoin จะมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้

นอกจากนี้ นักลงทุนไทยควรติดตามข่าวสารและพัฒนาการในวงการคริปโตเคอร์เรนซีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลประกอบ และสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน Stablecoin อาจจะสนใจบทความ Stablecoin ครองโลก! กูรูชี้ 10 ปีข้างหน้า ระบบชำระเงินหลัก

สรุปผลกระทบต่อนักลงทุนไทย

ถึงแม้ว่าคำวิจารณ์ของ Boris Johnson จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในทันที แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยง นักลงทุนไทยควร:

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ อย่างละเอียด
  • ประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้
  • ลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้
  • ติดตามข่าวสารและพัฒนาการในวงการคริปโตเคอร์เรนซีอย่างสม่ำเสมอ

โดยสรุป การลงทุนใน Bitcoin ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน และไม่ควรลงทุนเกินกว่าที่ตนเองจะรับความเสี่ยงได้

อ้างอิง: CoinDesk

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *