กลุ่มผู้สนับสนุน Bitcoin ประท้วงกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรม

สถาบันนโยบาย Bitcoin (Bitcoin Policy Institute) เตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เพื่อต่อต้านแนวทางการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีของคณะกรรมการ Basel ว่าด้วยการกำกับดูแลธนาคาร (Basel Committee on Banking Supervision) ที่มองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ ‘เป็นพิษ’ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ปฏิบัติต่อ Bitcoin อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตฯ และจำกัดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ ๆ สำหรับนักลงทุนและผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับ MiCA เข้มงวด! Swissborg ชี้กฎคริปโตใหม่ อาจลดผู้เล่นในยุโรป ที่แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อกฎระเบียบที่เข้มงวดในอุตสาหกรรมคริปโตฯ

Bitcoin เจอกฎเหล็ก Basel: ทำไมต้องสู้?

คณะกรรมการ Basel ซึ่งเป็นหน่วยงานระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลธนาคาร ได้ออกกรอบการทำงานที่กำหนดให้ธนาคารที่ถือครอง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ต้องกันสำรองเงินทุนจำนวนมาก ซึ่งทำให้การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้มีต้นทุนสูงและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับธนาคาร

ทาง Bitcoin Policy Institute มองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่แท้จริงของ Bitcoin พวกเขาแย้งว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวและควรได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ

สิ่งที่ Bitcoin Policy Institute กังวลคือ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ นำข้อกำหนดของ Basel มาใช้ จะส่งผลเสียต่อการยอมรับและการใช้งาน Bitcoin ในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทางการเงินกับประเทศอื่น ๆ

Basel คืออะไร? ทำไมต้องสนใจ?

คณะกรรมการ Basel ว่าด้วยการกำกับดูแลธนาคาร (Basel Committee on Banking Supervision) คือ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดยผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G10 ในปี 1974 ตั้งอยู่ที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements) ในเมือง Basel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หน้าที่หลักของ Basel คือ การกำหนดมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแลธนาคาร เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินทั่วโลก มาตรฐาน Basel เป็นที่ยอมรับและนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

ทำไม Basel มอง Bitcoin เป็น ‘พิษ’?

เหตุผลที่ Basel มองว่า Bitcoin และคริปโตฯ มีความเสี่ยงสูง มาจากความผันผวนของราคา ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน เช่น การโจรกรรมและการฉ้อโกง นอกจากนี้ Basel ยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของคริปโตฯ ต่อเสถียรภาพทางการเงินโดยรวม หากธนาคารมีการลงทุนในคริปโตฯ มากเกินไป

Bitcoin Policy Institute สวนกลับ: แย้ง Basel อย่างไร?

Bitcoin Policy Institute โต้แย้งว่าการที่ Basel มอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ ‘เป็นพิษ’ นั้นไม่ยุติธรรมและไม่สมเหตุสมผล โดยให้เหตุผลดังนี้:

  • Bitcoin มีลักษณะเฉพาะตัว: Bitcoin ไม่เหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ มีอุปทานจำกัดและไม่ขึ้นกับนโยบายการเงินของรัฐบาล
  • ความเสี่ยงถูกประเมินสูงเกินไป: ความเสี่ยงของ Bitcoin สามารถจัดการได้ด้วยการกำกับดูแลที่เหมาะสม และไม่จำเป็นต้องกันสำรองเงินทุนสูงเกินไป
  • ขัดขวางนวัตกรรม: กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปจะขัดขวางการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมคริปโตฯ

ทางสถาบันฯ เสนอว่าควรมีการประเมินความเสี่ยงของ Bitcoin อย่างเป็นกลางและพิจารณาถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำ Bitcoin มาใช้ในระบบการเงิน

“เราต้องการให้แน่ใจว่าหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะปฏิบัติต่อ Bitcoin อย่างถูกต้อง” – ตัวแทน Bitcoin Policy Institute

ผลกระทบต่อนักลงทุน Bitcoin ชาวไทย

การเคลื่อนไหวของ Bitcoin Policy Institute นี้มีความสำคัญต่อนักลงทุน Bitcoin ชาวไทย เนื่องจาก:

  1. กฎระเบียบในสหรัฐฯ มีผลต่อทั่วโลก: แนวทางการกำกับดูแลคริปโตฯ ในสหรัฐฯ มักถูกนำไปเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย หากสหรัฐฯ มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการยอมรับและการใช้งาน Bitcoin ในไทย
  2. ราคา Bitcoin อาจผันผวน: ข่าวเกี่ยวกับกฎระเบียบมักส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin หากมีข่าวร้ายเกี่ยวกับกฎระเบียบ นักลงทุนอาจเทขาย Bitcoin ทำให้ราคาลดลง
  3. โอกาสในการลงทุนอาจลดลง: หากธนาคารและสถาบันการเงินในสหรัฐฯ ไม่สามารถถือครอง Bitcoin ได้อย่างอิสระ โอกาสในการลงทุนใน Bitcoin ผ่านช่องทางเหล่านี้ก็จะลดลง

ดังนั้น นักลงทุน Bitcoin ชาวไทยควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกฎระเบียบ Bitcoin อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนอย่างรอบคอบ ซึ่งสามารถติดตามได้จาก CryptoHeistThailand ที่นำเสนอข่าวสารและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก นโยบายการเงิน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

การที่กลุ่มหนุน Bitcoin ออกมาต่อสู้กับ Basel นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อให้มั่นใจว่ากฎระเบียบนั้นมีความสมเหตุสมผลและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ที่สำคัญ อย่าลืมว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและลงทุนในจำนวนเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้เท่านั้น และควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เช่น Bitcoin ทะลุ 71,000 ดอลลาร์! คริปโตสวนตลาดหุ้น นักลงทุนไทยจับตา เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

อ้างอิงจาก CoinTelegraph

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *